posttoday
8 บจ.แข็งแกร่ง

8 บจ.แข็งแกร่ง

10 ตุลาคม 2556

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ 8 บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมงาน “Thailand Major” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้จัดการกองทุนในประเทศกว่า 70 รายเข้าร่วมงานในครั้งนี้

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ 8 บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมงาน “Thailand Major” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้จัดการกองทุนในประเทศกว่า 70 รายเข้าร่วมงานในครั้งนี้

ผลจากงานครั้งนี้ บล.ธนชาต กังวลน้อยลงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และเห็นแนวโน้มที่แข็งแกร่งของบริษัทเอกชน

Thailand Major คือ งาน CEO forum ของธนชาต ที่มีผู้ร่วมงานเป็นประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และกรรมการผู้จัดการโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นอกจากนี้ซีอีโอบางรายยังมาพร้อมกับประธานเจ้าหน้าที่การเงินและผู้บริหาร

งานในครั้งนี้นอกจากมีผู้จัดการกองทุนในประเทศแล้วยังมีผู้บริหารของ 8 บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมงาน

8 บริษัทดังกล่าวมาจากกลุ่มสื่อสาร รับเหมาก่อสร้าง ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และน้ำมัน & ก๊าซ หลังจากการเข้าฟังทุกช่วงนักวิเคราะห์ บล.ธนชาต พบว่า กลุ่มสื่อสารเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสดใสที่สุด ด้วยเข้าสู่รอบการลงทุน ตามมาด้วยรอบการเติบโตของกำไรรอบใหม่

ขณะที่กลุ่มที่มีแนวโน้มสดใสอีกกลุ่ม คือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เติบโตอย่างยั่งยืน

“เราเชื่อว่ากลุ่มค้าปลีกยังคงมีการเติบโตอย่างยั่งยืนและมองว่าตลาดมองลบต่อการชะลอตัวในปีนี้มากเกินไป”

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างหลังจากมียอดขายที่มากเกินไปในปี 2555 ต่อเนื่องไปยังครึ่งแรกปีนี้ โดย บล.ธนชาต มองว่า บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เป็นบริษัทที่ยั่งยืนมากที่สุดในกลุ่ม

กลุ่มน้ำมัน & ก๊าซ ยังคงอยู่ในช่วงที่อ่อนแอ ยกเว้นปิโตรเคมี ซึ่งส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขายยืนอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ รอบการเติบโตของกำไรจากทั้งหมด 8 บริษัท มองว่า บริษัท ซิโนไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท ไทยคม (THCOM) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ LPN อยู่ในช่วงกลางของวงจรการเติบโตของกำไร

นอกจากนี้ บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) ยังอยู่ในช่วงวงจรการเติบโตในระยะยาว แต่ขาดช่วงเล็กน้อยในไตรมาส 23 ปี 2556 จากการชะลอตัวลงของการบริโภคและผลกระทบจากการลดคำสั่งซื้อของไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาดว่าจะดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป

บล.ธนชาต คาดว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) อยู่ในช่วงการฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบจาก 3 เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นติดต่อกันในช่วงต้นปีและคาดว่าจะฟื้นตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 4 จากการเริ่มดำเนินงานของโรงแยกก๊าซ# 5 ที่เร็วกว่าคาด และการกลับมาดำเนินงานของโรง LDPE

บริษัท บ้านปู (BANPU) ยังคงอยู่ในช่วงการอ่อนตัวลงของราคาถ่านหิน แต่คาดว่าจะฟื้นตัวในปีถัดไป และเชื่อว่าราคาหุ้นได้สะท้อนตลาดถ่านหินที่แตะจุดต่ำสุดไปแล้ว

“เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยและคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างเร็วที่สุดในไตรมาส 4 และเชื่อว่าการบริโภคที่ชะลอตัวลง การส่งออกที่อ่อนแอ ความล่าช้าของ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท และผลประกอบการที่น่าผิดหวังใน 2 เป็นข่าวเก่า ในขณะที่มูลค่าตลาดที่ลดลงได้สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยเหล่านั้น และโอกาสที่จะลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) แม้จะยังไม่เกิดขึ้นไปแล้ว”

อีกทั้งความกังวลของตลาดในเรื่องหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงน่าจะบรรเทาลงเร็วๆ นี้ เนื่องจากคาดว่าอัตราส่วนนี้จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยยังคงดี

บล.ธนชาต คาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 18% ในปี 2556 และ 16% ในปี 2557 และอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงให้เป้าหมายดัชนี ปี 2557 ที่ 1,650 จุด

“ชนินท์ ว่องกุศลกิจ” ซีอีโอ และ สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ของ BANPU ได้เข้าร่วมงาน Thailand Major Forum ครั้งที่สองของ บล.ธนชาต

ในปีนี้ ชนินท์ ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดถ่านหินในระยะยาว ด้วยคาดว่าราคาถ่านหินจะฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2558 จากความต้องการที่เติบโตต่อเนื่องจากเอเชีย ดูดซับการผลิตใหม่จากการลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีความเสี่ยงจาก Shale Gas (สหรัฐมีแผนที่จะเริ่มส่งออก LNG ไปยังยุโรปและเอเชีย จากปี 2559-2560 โดย 4 โครงการได้รับอนุญาตก่อสร้างแล้ว) แต่ซีอีโอ คาดว่า 40% ของการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกจะยังคงใช้ถ่านหิน

ดังนั้น ชนินทร์จึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ระยะยาวของ BANPU บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นธุรกิจเหมืองถ่านหินและยังมองหาโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวกับไฟฟ้า (เช่น การประมูลโครงการโรงไฟฟ้าอิสระ (IPP) รอบใหม่สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหิน คาดจะมีขึ้นในปี 2557-2558) ในช่วงที่ราคาถ่านหินอ่อนตัวลงในปัจจุบัน

BANPU ได้ปรับลดงบลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเป็นไปตามนโยบายที่ไม่เกิน 1 เท่า และใช้โปรแกรมการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และการประกันความเสี่ยงน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มการซื้อขายถ่านหินในตลาดที่ให้อัตรากำไรสูงอย่างญี่ปุ่นอีกด้วย (เนื่องจากการปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศอย่างถาวร)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ