
ตปท.ลดพอร์ตหุ้นไทย
บ่นแพงเทียบกับเศรษฐกิจกำไรบจ.CSชอบท่องเที่ยวซิตี้กรุ๊ปซื้อแบงก์ใหญ่
บ่นแพงเทียบกับเศรษฐกิจกำไรบจ.CSชอบท่องเที่ยวซิตี้กรุ๊ปซื้อแบงก์ใหญ่
โบรกเกอร์แบงก์ ตปท. เริ่มลดน้ำหนักหุ้นไทย บ่นแพงเกินไป แนะซื้อเป็นรายตัว รายกลุ่มท่องเที่ยว
ช่วงนี้โบรกเกอร์และธนาคารต่างประเทศหลายแห่งมีการนำบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ไปโรดโชว์ต่างประเทศ และมีการปรับคำแนะนำการลงทุน โดยธนาคารเอชเอสบีซีได้ลดน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทยจากปกติเหลือน้อยกว่าตลาด เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากความต้องการบริโภคในประเทศลด และหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ทำให้ราคาหุ้นแพง เพราะกองทุนรวมซื้อมากและมีความเสี่ยงว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะแย่กว่าที่คาด
ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซีได้ปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงจากเดิมคาดไว้ที่ 5% เหลือเพียง 2.8% ส่วนปี 2557 คาดว่าจะขยายตัว 4.4% จากเดิมคาดไว้ที่ 6.2%
นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูบีเอส ได้จัดงาน ASEAN Conference ที่สิงคโปร์ และเชิญบริษัทไทยหลายแห่งไปนำเสนอข้อมูล เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) พร้อมกับแนะนำให้ขายหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) หลังปรับมูลค่าเหมาะสมลงจาก 48 บาท ลงสู่ 33 บาท
ขณะที่ บล.เครดิต สวิส ยังคงชื่นชอบหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เลือกหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ซึ่งคาดว่าจะปรับกำไรของบริษัททั้งสองแห่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำให้ซื้อหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)
ซิตี้กรุ๊ป มองเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ในระยะกลางจากการส่งออกและการลงทุนที่ฟื้นตัว จึงชอบธนาคารใหญ่อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เชื่อว่าปัญหาการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐน่าจะแก้ไขได้ ซึ่งไม่น่าจะมีผลลบต่อตลาดหุ้นมากนัก
อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้อาจจะเห็นดัชนีมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนมาก และปัจจุบันเริ่มเห็นดัชนีเคลื่อนไหวประมาณ 100 จุด หรือที่ 1% อยู่บ่อยครั้ง จนนักลงทุนรู้สึกเป็นเรื่องปกติ แต่นักลงทุนก็ควรมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเป็นอย่างดี
นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบันนี้ถือว่าได้รับรู้ข่าวความคาดหวังการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐได้สำเร็จตามกำหนดในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ยกเว้นแต่ว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง จะกระทบต่อตลาดหุ้น
ส่วนตัวเชื่อว่าการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐน่าจะมีข้อตกลงที่ดีและเป็นไปตามกำหนดเวลา เพราะหากไม่สามารถตกลงร่วมกันได้จะก่อให้เกิดวิกฤตสหรัฐที่มีความเสียหายมากกว่าวิกฤตเลย์แมนถึง 20 เท่า
สำหรับกรณีมีข่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐจะเสนอชื่อ เจนเน็ต แยลเลน ให้วุฒิสภาพิจารณาเพื่อให้ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่นั้น น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นในระยะสั้นเท่านั้น
แนวโน้มช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่าดัชนีหุ้นจะมีความไม่แน่นอนสูง ผันผวนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง (BLS) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ไทยรีประกันชีวิต (THREL) ซึ่งหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก (9 ต.ค.) แม้ว่าราคาจะปิดที่ 9.90 บาท เหนือระดับจองที่ 9.50 บาท เท่ากับ 0.40 บาท หรือ 4.21% แต่ถือว่ายังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ซึ่งบทวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง มองราคาพื้นฐานควรอยู่ที่ 13.20 บาท
นายพิเชษฐ กล่าวต่อว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทยังเหลือหุ้นที่เตรียมเข้าจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อีก 2 คือ บริษัท พรานทะเล และบริษัทที่ประกอบธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ แต่ต้องรอดูจังหวะและภาวะตลาดประกอบด้วย







