
ตลาดไอทีโค้งสุดม้ายโหมโปรฯเร่งยอดขาย
ตลาดไอทีไทยตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ตลาดไอทีไทยตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจากโน้ตบุ๊กซึ่งถือเป็นสัดส่วนหลักของตลาดที่คาดว่ามีการหดตัวลงประมาณ 2530% จากปัจจัยหลายประการ เช่น การเข้ามาตีตลาดของอุปกรณ์พกพา นโยบายรถคันแรก และจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้กำลังซื้อค่อนข้างซบเซา ผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ และผู้ขายจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด และสร้างการเติบโตให้ได้
พรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอทีและการศึกษา บริษัท เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า การจัดงานสินค้าเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้ดี เนื่องจากมีสินค้าเทคโนโลยีใหม่ที่มาพร้อมโปรโมชันดีๆ ผ่อน 0% นาน 610 เดือน ช่วยลดภาระการแบ่งจ่าย หรือสินค้ารุ่นเดิมที่นำมาลดราคาประมาณ 20% ก็สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ดีเช่นเดียวกัน
จากการสำรวจความต้องการผู้บริโภคที่มาร่วมงานคอมมาร์ต พบว่า เกินครึ่งหนึ่งมาเพื่อหาซื้อสินค้าใหม่ และอีกประมาณ 30% มาเพื่ออัพเดตเทคโนโลยี ดังนั้นกว่า 80% มีความเป็นไปได้ที่จะซื้ออุปกรณ์ไอทีใหม่ในงาน โดยคาดว่าสินค้าที่ขายดียังมีโน้ตบุ๊กนำมาเป็นอันดับ 1 แม้ว่าตลาดจะหดตัว แต่เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนเครื่องรุ่นใหม่ และไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงเวลาของการซื้ออุปกรณ์ใหม่
อันดับต่อมาคือ สมาร์ทโฟน ที่คาดว่าจะมีไอโฟน 5 เอส มาขายในงานจากผู้ให้บริการมือถือ รวมถึงสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ต่อด้วยแท็บเล็ต ที่จากการสำรวจผู้มาร่วมงานครั้งก่อน 76% ยังไม่มีแท็บเล็ตเป็นของตัวเองแต่มีความสนใจ ดังนั้นจึงมีโอกาสในการขยายตลาดได้อีกมาก และอันดับที่ 4 คือ อุปกรณ์เสริมต่างๆ เนื่องจากในงานจะมีอุปกรณ์เสริม เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด พาวเวอร์แบงก์ เคสมือถือ และอื่นๆ มาลดราคา 1050% ถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเช่นกัน
ทั้งนี้ คาดว่ายอดเงินสะพัดในงานคอมมาร์ตครั้งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท เทียบกับงานคอมมาร์ตกลางปีมีเงินสะพัดประมาณ 2,800 ล้านบาท โดยครั้งนี้จะเน้นเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถจับต้องได้ เช่น ชิปประมวลผลอินเทลใหม่ วินโดวส์ 8.1 ที่สร้างความคุ้นเคยแบบเดิมๆ และเทคโนโลยี 4K ที่ให้ภาพคมชัดละเอียด และปิดท้ายด้วยทีวีดิจิตอล ซึ่งงานคอมมาร์ตจะจัดวันที่ 710 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
“แม้ก่อนหน้านี้จะมีงานสินค้ามือถือมาก่อน แต่เชื่อว่าสินค้ารุ่นใหม่ๆ เพิ่งวางตลาด ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงเชื่อว่ายังมีผู้บริโภคอีกไม่น้อยที่รอมาซื้อมือถือรุ่นใหม่ๆ ในงานคอมมาร์ต และยังมีโน้ตบุ๊กซึ่งเป็นตลาดหลัก” พรชัย กล่าว
ด้าน นิพนธ์ รักศรีอักษร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ค้าปลีกสินค้าไอทีร้านบานาน่าไอที เปิดเผยว่า ผู้ขายสินค้าไอทีต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ของเทคโนโลยีที่ปรับตัวเร็ว เมื่อตลาดโน้ตบุ๊กซบเซา เนื่องจากไม่มีความเปลี่ยนแปลงใหม่ ต้องเร่งหาสินค้าใหม่เข้ามาทดแทนโดยเร็ว ทั้งอุปกรณ์เสริม แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ซึ่งมีส่วนช่วยได้มาก
สำหรับในงานคอมมาร์ตครั้งนี้ สินค้าโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์คงลดราคาไม่มาก เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีกำไรต่ำอยู่แล้ว แต่จะเน้นของแถมมากกว่า เช่น เพิ่มหน่วยประมวลผลสำรองหรือแรม เพิ่มฮาร์ดดิสก์ เพิ่มประกันสินค้า ฯลฯ ขณะที่สินค้าที่น่าสนใจมากคือ อุปกรณ์เสริม ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะลดราคามาก
“คอมเซเว่น และบานาน่าไอที ไม่ได้ขนสินค้าเดิมๆ มาลดราคาเป็นหลัก อาจจะมีบ้างในบางรุ่น แต่มากกว่าครึ่งจะเน้นสินค้าเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสร้างความต้องการของผู้บริโภคมากกว่า” นิพนธ์ กล่าว
สุดท้ายแล้วเชื่อว่า คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ น่าจะเป็นงานขายสินค้าที่มาช่วยกระตุ้นยอดขายไตรมาส 4 ส่งท้ายปีนี้ได้พอสมควร หากมองว่าตลาดซบมาตลอด 3 ไตรมาส ไม่แน่ว่าครั้งนี้อาจเห็นโปรโมชันแรงๆ เร้าใจให้ผู้บริโภคยอมจ่ายมากขึ้น







