posttoday
โบรกเกอร์แนะลดพอร์ต-ซื้อหุ้นปันผล

โบรกเกอร์แนะลดพอร์ต-ซื้อหุ้นปันผล

09 ตุลาคม 2556

หุ้นไทยพุ่งไปในทางเดียวกับหุ้นเอเชีย แนะลดพอร์ตบ้างเผื่อเหตุไม่คาดคิด ซื้อหุ้นให้ผลตอบแทนประจำ

หุ้นไทยพุ่งไปในทางเดียวกับหุ้นเอเชีย แนะลดพอร์ตบ้างเผื่อเหตุไม่คาดคิด ซื้อหุ้นให้ผลตอบแทนประจำ

ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาปิดที่ 1,434.06 จุด เพิ่มขึ้น 19.44 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.37% ตามตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดระหว่าง 1,411.11-1,437.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 35,917.16 ล้านบาท

บัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนต่างประเทศเป็นผู้ซื้อ 1,832 ล้านบาท และ 23 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนในประเทศเป็นผู้ขาย 555 ล้านบาท และ 1,300 ล้านบาท ตามลำดับ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ให้ความเห็นว่า หุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง เพราะมีมุมมองเรื่องการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐว่าน่าจะผ่านพ้นไป โดยฝ่ายการเมืองทั้งสองฝ่ายน่าจะมีข้อตกลงร่วมกันได้ เพราะหากปล่อยให้เกิดการเบี้ยวหนี้จะก่อให้เกิดผลเสียกับสหรัฐ

“ตลาดหุ้นพยายามจะคาดการณ์ผลของเรื่องดังกล่าว โดยมองว่าไม่น่าจะปล่อยให้ยืดเยื้อจนทำให้อเมริกาเข้าสู่ภาวะเบี้ยวหนี้ และมองว่าประเด็นเหล่านี้มีทางออกได้ ต่างจากช่วงวิกฤตซับไพรม์ ขณะนั้นไม่รู้ว่าจะแก้ไขได้อย่างไร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ระยะนี้ภาวะตลาดหุ้นจะยังคงมีความผันผวนสูง แต่ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะเชื่อว่าระยะยาวตลาดหุ้นไทยยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว และตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มดีขึ้น โดยปัญหาของสหรัฐที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัญหาระยะสั้นเท่านั้น

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีหุ้นทั่วทั้งเอเชียปรับตัวบวก รวมทั้งดัชนีหุ้นไทย น่าจะเป็นผลมาจากนักลงทุนประเมินสถานการณ์ในสหรัฐน่าจะผ่านไปได้ในเรื่องของการขยายเพดานหนี้และงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองเชิงบวกต่อปัญหาว่าจะสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่แนะนำให้นักลงทุนลดพอร์ตการลงทุนลงมาบ้าง เผื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ โดยมองแนวรับระยะนี้ที่ระดับ 1,350 จุด แนวต้านที่ 1,435 จุด และแนวต้านระดับถัดไปที่ 1,450 จุด

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส (ASP) แนะนำว่านักลงทุนควรลงทุนในหุ้นที่ธุรกิจรายรับเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และสามารถจ่ายอัตราผลตอบแทนได้ประมาณ 56% เช่น กลุ่มที่มีสินทรัพย์ที่ให้เช่าให้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร คลังสินค้า ซึ่งต้องเลือกดูเป็นรายตัวมากกว่ารายกลุ่ม เนื่องจากหุ้นบางตัวแม้จะมีสินทรัพย์เยอะ แต่ก็มีอัตราราคาหุ้นต่อกำไร (พี/อี) ที่แพงเกินไป

“เชื่อว่าคนสหรัฐจะมองให้พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติเป็นหลัก ที่สำคัญสหรัฐไม่ต้องการสูญเสียความเป็นผู้นำของโลก” นายก้องเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ดัชนีหุ้นจะเคลื่อนไหวผันผวนตามสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน จนกว่าทุกอย่างจะมีความชัดเจน ต้องกลับมาดูว่านโยบายและการบริหารของรัฐบาลจะสามารถทำให้เศรษฐกิจพอที่จะประคองตัวให้เติบโตไปได้มากน้อยขนาดไหนด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ