posttoday
ความหวังใหม่ค่ายรถ

ความหวังใหม่ค่ายรถ

08 ตุลาคม 2556

ระยะนี้ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่อาเซียน เพราะหลายประเทศในภูมิภาคนี้ยังสดใหม่และมีโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

ระยะนี้ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่อาเซียน เพราะหลายประเทศในภูมิภาคนี้ยังสดใหม่และมีโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

นอกจากอาเซียนจะเตะตาแบรนด์สินค้าต่างๆ ความสดใสสกาววาวดังกล่าวยังเป็นความหวังใหม่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังอึมครึม ทั้งปัญหาหนี้ในยุโรปที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ สหรัฐก็กำลังปวดหัวกับวิกฤตงบประมาณ ส่วนเศรษฐกิจจีนก็เข้าสู่โหมดชะลอตัว

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เคยได้อานิสงส์จากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของจีน เมื่อการบริโภครถยนต์ของบรรดาอาตี๋อาหมวยลดลง จึงต้องปรับกลยุทธ์หันมาเน้นตลาดอาเซียนมากขึ้น ทั้งไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และพม่าที่กำลังเนื้อหอมสุดๆ หลังเปิดประเทศ

“ซาเวียร์ มอสเควต์” กรรมการผู้จัดการของบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ในดีทรอยต์ มองว่า สำหรับผู้เล่นในอุตสาหกรรมรถยนต์โลก ทั้งจากยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น ความหลากหลายของประชากรในภูมิภาคอาเซียนกำลังมีความสำคัญมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อค่ายรถที่กำลังเผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจในบ้าน

ยิ่งหากประเทศในอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย สามารถรวมเป็นคลัสเตอร์ในภูมิภาคได้ ก็น่าจะเป็นตลาดที่เติบโตสำหรับค่ายรถและซัพพลายเออร์ทั้งหลาย

ค่ายรถจากญี่ปุ่นค่อนข้างกระตือรือร้นกับการรุกคืบในตลาดอาเซียน เพราะทั้งขายและผุดโรงงานทั่วอาเซียน โดยเฉพาะ 3 บิ๊กแบรนด์ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ที่เน้นรถราคาประหยัดสำหรับผู้บริโภคในประเทศอาเซียน ซึ่งเริ่มมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น และยังมีอัตราการครอบครองรถต่ำ

จากข้อมูลของไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า อัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ในอินโดนีเซียอยู่ที่ 45 จาก 1,000 คน ส่วนพม่านั้นอยู่ที่ 7 คน จาก 1,000 คน และส่วนใหญ่เป็นรถมือสอง ขณะที่ในยุโรปอัตราส่วนการครอบครองรถอยู่ที่ 450 ต่อ 1,000 คน

“คาร์ลอส กอส์น” บิ๊กบอสของนิสสัน ระบุว่า บริษัทกำลังเข้าไปพม่า โดยเตรียมก่อสร้างโรงงานแห่งแรกมูลค่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนธุรกิจในอินโดนีเซียก็กำลังเติบโต ซึ่งนี่หมายถึงการปรับจูนเครื่องยนต์สู่การเติบโตในอนาคต

ขณะที่แบรนด์รถยนต์ตะวันตกก็หันมาให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ของสหรัฐ และโฟล์คสวาเกนจากเยอรมนี ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองค่ายให้น้ำหนักกับตลาดใหญ่ในเอเชียอย่างจีนและอินเดีย กระทั่งปัจจุบันเริ่มปรับโฟกัสมายังประเทศอาเซียน

ล่าสุดมีข่าวกระเส็นกระสายว่า โฟล์คสวาเกนเตรียมตั้งฐานผลิตในภูมิภาคอาเซียน โดยเตรียมควักเงินราว 200 ล้านยูโร (265 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อลงทุนสร้างโรงงานในอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ในแถบชวาตะวันตก

น่าสนใจว่าเทรนด์รถยนต์ที่จะช่วยเร่งเครื่องตลาดอาเซียนให้เติบโตแบบก้าวกระโดด คือ รถราคาประหยัดและรักษ์โลก

ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่สุดในอาเซียน บรรดาค่ายรถตั้งแต่โตโยต้า ไดฮัทสุ นิสสัน ซูซูกิ ต่างก็เดิมพันกับรถยนต์ประเภทโลว์คอสต์และช่วยประหยัดพลังงาน โดยตั้งราคาขายอยู่ที่ประมาณ 76-120 ล้านรูเปียห์ (ราว 6,600-10,400 เหรียญสหรัฐ) ต่ำกว่าราคารถแบบเดิมๆ ถึง 40% จึงน่าจะมีส่วนดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากที่ไม่เคยคิดจะซื้อรถ เพราะราคาไกลเกินเอื้อม

นอกจากนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนอินโดนีเซีย บวกกับระบบขนส่งมวลชนที่ยังไม่ดีนัก มีส่วนปลุกยอดขายรถยนต์ประเภทนี้ให้เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็มีนโยบายส่งเสริมรถยนต์ขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ