posttoday
บทบาทแกลเลอรีศิลปะกับกระแสอาเซียน

บทบาทแกลเลอรีศิลปะกับกระแสอาเซียน

04 ตุลาคม 2556

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

มีคำกล่าวภาษาละตินว่า ศิลปะยืนยาว...ชีวิตสั้น

นอกจากศิลปะจะแทรกอยู่ในชีวิตของผู้คน สร้างสุนทรียภาพและอารมณ์ให้ผู้เสพ งานศิลปะยังถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ด้วย เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างศิลปะและปากท้อง

อาร์ตแกลเลอรี หรือหอศิลป์ เป็นคนกลางที่ทำหน้าที่บริหารจัดการงานศิลป์ เพื่อให้เกิดประโยชน์แบบวินวิน ทั้งกับตัวศิลปิน แกลเลอรี ผู้ชม และนักสะสมงานศิลป์ เท่ากับส่งเสริมศิลปะให้เบ่งบานควบคู่ไปกับความเป็นจริงในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ตลาดศิลปะเชิงพาณิชย์ก็จะมีพื้นที่กว้างมากขึ้น จากเดิมที่งานศิลปะเปิดกว้างไร้พรมแดนอยู่แล้ว

นุชนาถ แสนเสน่ห์ ผู้จัดการ 100 ต้นสน แกลเลอรี มองว่า งานศิลปะในอาเซียนมีความโดดเด่น เพราะมีเรื่องเล่ามากมายกว่าเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐ ขณะที่ศิลปะมีความแตกต่างกันไม่มากนัก เข้าใจกันได้ แต่มีความแตกต่างกันในแง่การใช้เทคนิค ซึ่งเมืองไทยได้เปรียบเรื่องวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่มีความพร้อมและหลากหลาย

ขณะที่เทรนด์ของตลาดงานศิลปะในภูมิภาคนี้ใกล้เคียงกัน น่าสนใจว่า ตลาดศิลปะในสิงคโปร์และอินโดนีเซียมีความโดดเด่นมากในช่วงหลังๆ มานี้

โดยสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางค้าขายศิลปะ แม้จะไม่ใช่แหล่งผลิตงานศิลป์ แต่ระยะหลังๆ สิงคโปร์ผลักดันเรื่องศิลปะอย่างมาก เพราะมีเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะเทียบชั้นฮ่องกง โดยเมื่อ 34 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ลงทุนสะสมงานศิลปะเยอะมาก สำหรับใส่ในหอศิลปแห่งชาติสิงคโปร์ (เนชั่นแนล อาร์ต แกลเลอรี) ที่จะเปิดในปี 2558 โดยเฉพาะงานศิลป์ในภูมิภาคอาเซียน และมีงานของศิลปินไทยด้วย

สำหรับอินโดนีเซีย ตลาดศิลปะมาแรงและค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราะมีนักสะสมเยอะ ทำให้ตลาดกว้างมากขึ้นและศิลปินได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ขณะนี้มีพื้นที่สำหรับศิลปินอินโดนีเซียโดยเฉพาะ มีการรวมตัวของเครือข่ายศิลปินจากเดิมที่มีศิลปินดังๆ เพียงไม่กี่คน และมีแกลเลอรีศิลปะจำนวนมากไปเปิดที่เมืองยอกยาการ์ตา ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะและวัฒนธรรม

หากมองในแง่ศิลปิน คนไทยน่าจับตามองมากที่สุด เพราะนักสะสมงานในตะวันตกเริ่มมองหางานศิลป์ที่สมเหตุสมผลในการสะสมมากขึ้น และไทยก็เป็นที่สนใจของเหล่านักสะสม หลังจากจีนและอินเดียที่ได้รับความสนใจก่อนหน้านี้

“ตลาดศิลปะในอาเซียนน่าจะไปได้อีกไกล หากรวมตัวกันได้ และได้รับการสนับสนุนให้ถูกจุด ตอนนี้คนในแวดวงศิลปะต้องทำเองหมด อย่างการตั้งแกลเลอรีลงทุนเยอะมาก กว่าจะขายงานให้ได้คืนทุนกลับมาต้องใช้เวลา ทำงานตรงนี้ต้องมองมากกว่าเม็ดเงิน เพราะบางครั้งจำนวนเงินไม่มาก แต่หากผลงานของศิลปินได้ถูกซื้อไปอยู่ในพื้นที่ที่ดีก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจ”

นุชนาถ บอกว่า ปัจจุบันตลาดศิลปะเปิดกว้างอยู่แล้ว แต่เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน เรื่องราวที่ศิลปินจะสร้างสรรค์ออกมาน่าจะเปลี่ยนไปและหลากหลายมากขึ้น มีเนื้อหาใหม่ๆ เพิ่มมา

บทบาทของ 100 ต้นสน แกลเลอรี จะดึงศิลปินเพื่อนบ้านมาโชว์งานมากขึ้น โดยต้องคัดเลือกและศึกษาทำความรู้จักศิลปินก่อน เพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุดมาโชว์ แกลเลอรีมีบทบาทช่วยสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองกับศิลปินเพื่อนบ้านที่ทำงานสะท้อนบริบทในสังคมของตัวเองได้ ซึ่งผู้ชมก็จะได้เรียนรู้เพื่อนบ้านผ่านงานศิลปะด้วย

ด้าน ธวัชชัย สมคง บรรณาธิการนิตยสารไฟน์อาร์ต กล่าวในวงเสวนาเรื่องการบริหารงานศิลปะร่วมสมัยในอาเซียนของแกลเลอรีไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลศิลปวัฒนธรรมอาเซียน กรุงเทพฯ ว่า ทุกวันนี้ไทยมีศิลปินและแกลเลอรีจำนวนมาก แต่ละแกลเลอรีก็คล้ายๆ กัน เพราะเจ้าของเริ่มต้นจากการสะสมงานแล้วมาเปิดร้าน นิยมซื้องานสะสมจากศิลปินดังๆ เหมือนกัน ทำให้แต่ละแกลเลอรีไม่มีความแตกต่าง ทั้งที่แต่ละแห่งควรหาสไตล์และกลุ่มลูกค้าเฉพาะของตัวเองให้เจอ เหล่านี้จะส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้อยู่รอดต่อไป

“ตอนนี้ศิลปะไทยตะลุยอาเซียนแล้ว แกลเลอรีในสิงคโปร์และอินโดนีเซียมาฉกศิลปินไทยไปหลายคนแล้ว ขณะที่ตลาดศิลปะในอาเซียน ประเทศที่โดดเด่น คือ อินโดนีเซียมีนักสะสมเยอะ และสิงคโปร์เป็นตลาดขายส่ง ส่วนไทยมีทรัพยากรดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ หากแกลเลอรีสามารถสร้างตัวตนและความแตกต่างได้ จะส่งผลถึงรสนิยมศิลปะที่หลากหลายขึ้น และพัฒนาแวดวงศิลปะโดยรวม”

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว