
ลุ้น1,550-1,600จุด
2บลจ.มองชัตดาวน์สหรัฐจุดกระทบช่วงสั้นทิสโก้คงเป้าดัชนีซีไอเอ็มบีแนะรอลงทุน
2บลจ.มองชัตดาวน์สหรัฐจุดกระทบช่วงสั้นทิสโก้คงเป้าดัชนีซีไอเอ็มบีแนะรอลงทุน
บลจ.มองชัตดาวน์สหรัฐกระทบช่วงสั้น ทิสโก้เชื่อยืดคิวอีหนุนหุ้นพรินซิเพิลแนะพักในตราสารระยะสั้น
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า บริษัทมองกรณีที่สภาคองเกรสของสหรัฐไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐบาล ทำให้ทางการต้องปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วนของสหรัฐ อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำเป็นต้องใช้มาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (คิวอี) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทำให้นักลงทุนคลายกังวลและส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวมและหุ้นไทย ส่วนการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐเชื่อว่าที่สุดแล้วจะมีมติให้ขยายเพดานออกไปเหมือนทุกครั้ง
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีความผันผวน แต่ก็ถือว่าเป็นจังหวะในการลงทุนในกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้อยู่ที่ 1,550–1,600 จุด
นายสาห์รัช กล่าวว่า บริษัทจึงเปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 15” เน้นลงทุนหุ้นไทย ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไว้ที่ 8% โดยจะเลิกกองทุนเมื่อสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) มากกว่าหรือเท่ากับ 10.80 บาท มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เปิดเสนอขายครั้งแรก 2 – 9 ต.ค. 2556 มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า การปิดทำการชั่วคราวของหน่วยงานราชการบางส่วนของสหรัฐเป็นปัจจัยระยะสั้นที่ไม่ได้กระทบปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาแม้อยู่ในภาวะผันผวน แต่มีสัญญาณปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นหลังผ่านจุดต่ำสุดในเดือนส.ค.ที่อยู่ในระดับ 1,260 จุด โดยปรับตัวขึ้นมาปิด ณ สิ้นเดือนก.ย. 7% หลังจากเฟดกลับลำคงการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับปัญหาทางการเมืองระหว่างสหรัฐและซีเรียไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น นอกจากนั้นตัวเลขภาคการผลิตในกลุ่มประเทศหลักอย่างสหรัฐฯ จีน และยุโรป ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องขของประเทศ รวมถึงรัฐบาลสหรัฐมิได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าวและกำลังแก้ไขปัญหาซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับเพดานหนี้ของสหรัฐหากไม่สามารถขยายได้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจ่ายคืนหนี้ของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความผันผวนในระยะสั้น จึงคาดว่ารัฐบาลจะเพิ่มเพดานหนี้ได้สำเร็จ
ด้านแนวโน้มการลงทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ตลาดยังคงผันผวน จึงแนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและตราสารเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ คล่องตัวสูง ใช้เป็นที่พักเงินลงทุน ส่วนหุ้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ในระยะสั้นแนะนำคงน้ำหนักการลงทุนไว้ ส่วนผู้ที่ยังไม่มีสินทรัพย์ดังกล่าวและรับความเสี่ยงได้ให้ทยอยซื้อลงทุน
สำหรับมุมมองการลงทุนต่อตลาดโลกต่อเนื่องไปถึงปีหน้าแนะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐ พร้อมทั้งคงน้ำหนักลงทุนหุ้นเอเชียจากเศรษฐกิจที่ยังเติบโตได้เกณฑ์ที่ดี แต่ความเสี่ยงเรื่องภาวะเงินทุนไหลออกยังคงมีอยู่บ้าง







