
WHAห่วงฟรีโฟลตเริ่มหนืด
บุกโรดโชว์ถี่นักลงทุนสถาบันถือยาวผนึกKPNเช่าที่ทำคลังโซลาร์รูฟ
บุกโรดโชว์ถี่นักลงทุนสถาบันถือยาวผนึกKPNเช่าที่ทำคลังโซลาร์รูฟ
WHA ห่วงหุ้นมีสภาพต่ำ หลังโรดโชว์บ่อยต่างชาติถือยาวร่วม KPN ทำคลังสินค้าโซลาร์รูฟปั้นรายได้
นพ.สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มรู้สึกกังวลถึงสภาพคล่องการซื้อขายหรือการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลต) หุ้นบริษัทน้อยไป ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 24.3% เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีการไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) นักลงทุนสถาบันต่างๆ มาก และหลายกองทุนก็มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนและส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อหุ้นและถือลงทุนระยะยาว ซึ่งปัจจุบันสถาบันถือหุ้นน้อยกว่า 10%
“ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่านักลงทุนสถาบันถือหุ้นสัดส่วนเท่าไร แต่เริ่มกังวลเพราะเป็นสิ่งที่เราต้องแก้ไขต่อ หลังบริษัทเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศมา ซึ่งตอนนี้เพียงกังวล แต่ยังไม่ได้มีการวางแผนหรือตัดสินใจที่จะเพิ่มฟรีโฟลต”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และต้องมากกว่า 50% ปัจจุบันกลุ่มถือหุ้นสัดส่วน 62.7%
นพ.สมยศ กล่าวว่า ล่าสุดได้ลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท เคพีเอ็นกรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (KPN) โดยตั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอ เคพีเอ็น อะไลแอนซ์ ซึ่ง WHA ถือหุ้น 65% และ KPN ถือหุ้น 35% เพื่อเช่าที่ดินบริเวณบางนาตราด กม. 23 พื้นที่ 176 ไร่ ของกลุ่มเคพีเอ็น นำไปพัฒนาโครงการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าระดับพรีเมียมที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะทำให้กลุ่มบริษัท WHA มีพื้นที่เช่าและพื้นที่รอการพัฒนาบริเวณบางนาตราด เป็นจำนวนพื้นที่ทั้งหมด 7.1 หมื่นตารางเมตร เป็นตัวเลขมากที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการคลังสินค้าบริเวณบางนา
ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3,600 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาโครงการแล้วเสร็จภายใน 2 ปี พร้อมเตรียมติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟ) บนคลังสินค้าจากโครงการนี้ด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี โดยจะเริ่มทยอยรับรู้ปี 2557
สำหรับความคืบหน้าโซลาร์รูฟเฟสแรกราว 20 เมกะวัตต์ หลังจากยื่นขอไปยังกระทรวงพลังงานแล้ว คาดว่าจะรู้ผลในเร็วๆ นี้ ซึ่งน่าจะใช้เงินลงทุนราว 1,5002,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าจะติดตั้งเสร็จสิ้นภายในปีนี้บนพื้นที่ 2 แสนตารางเมตร ซึ่งจะเป็นโซลาร์รูฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเชื่อว่าจะทำรายได้ 910 ล้านบาทต่อ 1 เมกะวัตต์ต่อปี และหากปีหน้ารัฐบาลเปิดให้ยื่นขอรอบต่อไปก็จะยื่นขอติดตั้งเพิ่มอีก 20 เมกะวัตต์ เพราะยังมีพื้นที่หลังคาตามพื้นที่คลังสินค้าที่คาดว่าสิ้นปีนี้มีพื้นที่รวม 1 ล้านตารางเมตร
นอกจากนี้ WHA อยู่ระหว่างการศึกษาในการเข้าเจรจาในการลงทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เช่า โดยยังเน้นบริเวณพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศตามกลยุทธ์แผนการขยายธุรกิจที่ WHA ได้ตั้งเป้าไว้
ทั้งนี้ หากแผนการขยายพื้นที่สำเร็จตามที่คาดการณ์ จะส่งผลให้ภายในปีนี้ กลุ่มบริษัท WHA จะมีที่ดินเพียงพอที่จะขยายงานในอนาคตอีก 23 ปีข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และคาดว่าสิ้นปีจะมีพื้นที่ให้เช่ารวมเกือบ 1 ล้านตารางเมตร จากปัจจุบันมีกว่า 7 แสนตารางเมตร และขณะเดียวกันบริษัทยังมีที่ดินที่รอการพัฒนาและรอการซื้อเพิ่มเพื่อขยายพื้นที่อีก 1,000 ไร่
สำหรับรายได้ปีนี้น่าจะทำได้มากกว่า 7,300 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มีรายได้ 2,200 ล้านบาท เนื่องจากมีลูกค้าเพิ่มเข้ามาจำนวนมาก ประกอบกับมีการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสแรกและภายในไตรมาส 4 จะขยายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอริ่งแอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) อีก 4,4004,700 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กองทุน WHAPF มีขนาดกองทุนเพิ่มมาเป็นเกือบ 1 หมื่นล้านบาท







