
อัยการสั่งฟ้องฟิลลิปมอร์ริสเลี่ยงภาษีก้อนโต
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ฟิลลิปมอร์ริสสำแดงภาษีนำเข้าบุหรี่อันเป็นเท็จ ทำให้สูญภาษี 6.8 หมื่นล้านบาท
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ฟิลลิปมอร์ริสสำแดงภาษีนำเข้าบุหรี่อันเป็นเท็จ ทำให้สูญภาษี 6.8 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ที่เพิ่งเกษียณไป ได้ลงนามในคำส่งฟ้องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) พร้อมกับพวกรวม 14 คน ต่อศาลอาญาแล้ว โดยกล่าวหาร่วมกันสำแดงราคาอันเป็นเท็จในการนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร และ แอลแอนด์เอ็ม เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร ทำให้ค่าภาษีอากรต่ำกว่าประมาณ 6.88 หมื่นล้านบาทเศษ
“ก่อนหน้านี้อัยการฝ่ายคดีพิเศษมี ความเห็นสั่งไม่ฟ้องและได้ส่งเรื่องมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ก่อนที่ดีเอสไอจะลงความเห็นว่าควรสั่งฟ้อง และส่งเรื่องกลับไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่จะมีผลต่อการค้าระหว่างประเทศ” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า สาเหตุที่อัยการสูงสุดมีคำชี้ขาดว่าเห็นควรสั่งฟ้องศาล เพราะจากการตรวจสอบพยานหลักฐานในการนำเข้าสินค้าบุหรี่ของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส โดยการสำแดงราคาสินค้าบุหรี่เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐในราคาคงที่ และเป็นราคาตายตัวมาตั้งแต่ปี 2546 ทั้งที่อัตราแลกเปลี่ยนไม่คงที่
ทั้งนี้ ในระหว่างปี 2546-2552 บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร และแอลแอนด์เอ็ม ได้สำแดงการนำเข้าสินค้าบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์เป็นความเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร โดยระบุราคานำเข้าต่ำกว่าราคาที่แท้จริง
บุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโรสำแดง ราคา 7.76 บาทต่อซอง บุหรี่ยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม ราคา 5.88 บาทต่อซอง เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับราคานำเข้าของบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่สำแดงนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร ราคา 27.46 บาทต่อซอง บุหรี่ยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม ราคา 16.81 บาทต่อซอง ทำให้ค่าภาษีอากรต่ำไปประมาณ 6.88 หมื่นล้านบาท







