
ปล่อยสินเชื่ออ้อยรับมือภัยแล้งเสนอกองทุนช่วยอุ้มดอกเบี้ยต่ำ
โพสต์ทูเดย์
— กองทุนอ้อยฯ เตรียมพิจารณาปล่อยกู้วงเงิน 3,000 ล้านบาทให้ชาวไร่ ภายใต้โครงการจัดหาแหล่งน้ำในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เพื่อลดผลกระทบภัยแล้งนายกำธร กิตติโชติทรัพย์ ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ที่มีนายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นประธานว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดรูปแบบโครงการปล่อยสินเชื่อ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อหาจัดแหล่งน้ำให้ชาวไร่อ้อยวงเงิน 2,000 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อสำหรับจัดซื้อรถตัดอ้อยเพื่อแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้ 1,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 3,000 ล้านบาท
การปล่อยสินเชื่อดังกล่าวจะใช้เงินของ กท. ซึ่งคณะทำงานจะเสนอรายละเอียดให้ กท.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เก็บดอกเบี้ยที่ 2% เป็นการปล่อยกู้ผ่านโรงงานน้ำตาลให้กับชาวไร่ และให้โรงงานน้ำตาลเป็นผู้ค้ำประกันให้กับชาวไร่อ้อย
รูปแบบการปล่อยสินเชื่อแหล่งน้ำจะมีหลักเกณฑ์คล้ายกับรูปแบบการปล่อยสินเชื่อของโครงการสินเชื่อสำหรับจัดหาแหล่งน้ำให้ชาวไร่อ้อยของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท แต่จะปล่อยกู้ผ่านชาวไร่ โดยให้โรงงานเป็นผู้ค้ำประกันแทนหลักเกณฑ์ของ ธ.ก.ส. ที่เน้นการปล่อยกู้ผ่านโรงงาน เพราะส่วนใหญ่โรงงานน้ำตาลอยู่ในแผนฟื้นฟูหนี้ ทำให้โครงการของ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อไปได้ไม่มาก
“
ขณะนี้ชาวไร่กำลังมีปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้เกิดปัญหาหนอนกินยอดอ้อย ถ้าปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องไปถึงเดือน พ.ค. จะส่งผลต่อปริมาณอ้อยฤดูกาลผลิต 2553/2554 ที่อาจจะลดลงประมาณ 30% จากฤดูกาลผลิต 2552/2553 ที่มีปริมาณอ้อย 68 ล้านตัน ชาวไร่อ้อยจึงต้องการให้ กท.เข้ามาช่วยเหลือปัญหาภัยแล้งครั้งนี้” นายกำธร กล่าวขณะที่โครงการปล่อยสินเชื่อสำหรับการจัดซื้อรถตัดอ้อยเพื่อแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้ เป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานตัดอ้อยและแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ดำเนินโครงการสินเชื่อรถตัดอ้อยตามมติ ครม.ไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการผ่อนผันอัตราดอกเบี้ย จึงต้องการให้ กท.เป็นผู้ให้สินเชื่อแทนเช่นเดียวกัน







