
จี้ขยายช่องส่งออก
พาณิชย์หนุนธุรกิจไทยมุ่งอาเซียน ควบคู่ค้า6ชาติตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก
พาณิชย์หนุนธุรกิจไทยมุ่งอาเซียน ควบคู่ค้า6ชาติตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก
“พาณิชย์” แนะผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ศักยภาพโตสูง เน้นอาเซียนและคู่ค้าสำคัญ
ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา “เจาะลึกตลาด ASEAN Plus & Emerging Market” ว่า ผู้ประกอบการชาวไทยจะต้องใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีเพื่อผลักดันสินค้าและบริการสู่ตลาดเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
“ตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และแอฟริกา เป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรจำนวนมากและเริ่มมีกำลังซื้อสูง รวมถึงมีความต้องการในการบริโภคสินค้าอีกเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจในตลาดดังกล่าวไม่มากนัก” ร.อ.สุวิพันธุ์ กล่าว
สำหรับแผนปฏิบัติการส่งเสริมการส่งออกปี 25562558 นั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้กำหนดกลยุทธ์การขยายการส่งออกไปยังตลาดเป้าหมายใหม่ของไทยที่มีศักยภาพสูงรวมทั้งรักษาส่วนแบ่งตลาดของไทยในตลาดดั้งเดิม อันได้แก่ สหรัฐและยุโรป โดยจะเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนรายภูมิภาค รายประเทศ และรายสินค้ามากขึ้น
กรมจะให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนมากที่สุด รองลงมา คือ อาเซียน พลัส 6 ซึ่งจะเน้นประเทศที่เป็นคู่เจรจาของอาเซียน ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมไปถึงตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรปตะวันออก
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย โดยในปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปจีนอยู่ที่ 26,869 ล้านเหรียญสหรัฐ ปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกสินค้าไปยังจีนอยู่ที่ 26,869 ล้านเหรียญสหรัฐ กลุ่มสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ
ขณะเดียวกันเพื่อส่งเสริมการขยายตลาดในกลุ่มอาเซียน พลัส กรมจะมีการสร้างช่องทางการค้าใหม่ๆ เช่น การจัดมินิเอกซิบิชันในญี่ปุ่น การเปิด EThailand ในเว็บไซต์ TMall ของจีน และส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน Thaitrade.com ในจีน อินเดีย และญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นตลาดเกิดใหม่ในยุโรปตะวันออก เช่น สาธารณรัฐเชก ฮังการี โปแลนด์ และรัสเซีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมสนับสนุนการขยายตลาดไทยแลนด์ วีก โรดโชว์ เจรจาการค้าในรัสเซีย รวมถึงการเข้าถึงผู้ซื้อแบบน็อกดอร์ (KnockDoor) โดยสินค้าที่มีโอกาสหรือได้รับความสนใจเป็นอย่างดีในตลาดเหล่านี้ ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ ข้าว และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป
สำหรับสินค้าที่ไทยมีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน, คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, น้ำมันสำเร็จรูป, อัญมณีและเครื่องประดับ, ยางพารา, ผลิตภัณฑ์ยางพารา, เหล็ก, เครื่องจักรกล, แผงวงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, อาหารทะเลกระป๋อง, ข้าว, น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เป็นต้น
ขณะที่สินค้าไทยที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน คอม พิวเตอร์และอุปกรณ์ อัญมณี เป็นต้น







