
เร่งเอกชนเปิดเกมบุกจีน เจาะตลาดเศรษฐีกระเป๋าหนัก
วันนี้ “เซี่ยงไฮ้” ยังมีการลงทุนสร้างตึกใหม่ การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ โรงงานอุตสาหกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
วันนี้ “เซี่ยงไฮ้” ยังมีการลงทุนสร้างตึกใหม่ การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ โรงงานอุตสาหกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับบทบาทของเมืองที่ทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนมากยิ่งขึ้น
ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อัครราชทูตฝ่ายพาณิชย์ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ให้ความเห็นต่อการลงทุนในประเทศจีน ว่า ยังเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตลาดใหม่ เนื่องจากชาวจีนมีกำลังซื้อสูง พื้นฐานเศรษฐกิจจีนยังแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกันรัฐบาลจีนประกาศแผนลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศที่เชื่อมโยงการเดินทางทั่วประเทศให้รวดเร็ว ทั้งรถไฟความเร็วสูง สนามบิน และท่าเรือ ส่วนแผนพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปีนับจากนี้ จะเน้นความมั่นคั่งของประเทศ ให้ประเทศเติบโตแบบมีคุณภาพ จากเดิม 10 ปีที่ผ่านมาเน้นเติบโตเชิงปริมาณ
ที่สำคัญในปี 2563 พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะฉลองครบรอบ 100 ปี และในปีดังกล่าวจะมีคนชั้นกลางมากถึง 500 ล้านคน จากปัจจุบันประเทศจีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และในปี 2592 จีนจะก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐ 5 เท่า
ขณะที่มูลค่าการค้าขายไทยและจีนอยู่ที่ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ไทยได้ดุลการค้าปีละ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนสินค้าไทยที่ส่งออกไปจีนคิดเป็น 2% ของสินค้าที่จีนนำเข้าจากประเทศอื่นๆ และในช่วง 3-4 ปี สัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยไปจีนลดลงต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สัดส่วนอยู่ที่ 1.9% เท่านั้น ทั้งนี้สินค้าไทยที่ส่งออกไปจีนเป็นสินค้าไม่มีมูลค่าเพิ่มและไม่มีสินค้าแบรนด์เนม ดังนั้นถือว่าประเทศไทยเสียโอกาสที่จะได้ตลาดในจีนโดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมไทย และการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยในระยะยาว
พิทยา เลิศมหาฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน นครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า บริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนในจีนมีทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือดุสิต ไทยเบฟเวอเรจ และมิตรผล แต่ถือว่ายังน้อยกว่าบริษัทจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยธุรกิจไทยที่ควรส่งเสริมไปลงทุนในจีน ได้แก่ เกษตรแปรรูปและอาหารและบริการ เช่น ท่องเที่ยว โรงพยาบาล โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และห้างสรรพสินค้า
นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะดึงการลงทุนจากจีนเข้ามาในไทยด้วย เพราะบริษัทจีนหลายแห่งสนใจลงทุนไทย เพราะไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของอาเซียน โดยธุรกิจที่มีโอกาสดึงเข้ามาลงทุนในไทยคือ ผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ เครื่องจักรอุตสาหกรรม ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์
ด้าน สุวัชชัย ทรงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) กล่าวว่า อยากแนะนำนักธุรกิจไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนในจีนว่าไม่ควรเข้าไปลงทุนในเมืองใหญ่เพราะมีการแข่งขันสูง ค่าจ้างแรงงานสูง แต่ควรไปลงทุนในเมืองรองที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวดีและมีคู่แข่งน้อย รวมถึงค่าจ้างแรงงานต่ำ*
ประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เจียไต๋ กรุ๊ป ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะเอกชนไทยรายแรกที่เข้ามาลงทุนในจีนแนะนำว่า คนไทยอาจเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหารได้อีก โดยตอนนี้มีชาวจีนมาเรียนทำก๋วยเตี๋ยวเรือที่เมืองไทยและกลับไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่เซี่ยงไฮ้ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะคนจีนชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือของประเทศไทยมาก







