posttoday
หุ้นอยู่ในช่วงสุญญากาศอีก 2 สัปดาห์ แต่เป็นจังหวะน่าลงทุน

หุ้นอยู่ในช่วงสุญญากาศอีก 2 สัปดาห์ แต่เป็นจังหวะน่าลงทุน

01 ตุลาคม 2556

หลังจากผ่าน 2 เหตุการณ์ใหญ่ให้ลุ้นในเดือนที่ผ่านมา คือ การลด/ไม่ลด QE และการลงมติร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท

หลังจากผ่าน 2 เหตุการณ์ใหญ่ให้ลุ้นในเดือนที่ผ่านมา คือ การลด/ไม่ลด QE และการลงมติร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทของ สส. ความเสี่ยงที่เหลืออยู่จนถึงวันที่ส่งคอลัมน์ฉบับนี้ คือเรื่องการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2557 ของรัฐบาลสหรัฐให้ทันเส้นตายวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งผู้อ่านจะได้ทราบผลแล้วในวันนี้ ไม่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ยังมีสิ่งที่ต้องลุ้นคือการขยายเพดานหนี้ที่มีเส้นตาย 17 ต.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าสุดท้ายจะผ่านไปได้อย่างฉิวเฉียดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนในประเทศมีเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทของ สว.อีก 3 วาระ ซึ่งถึงแม้สะดุด แต่โครงการที่มีความพร้อม สามารถนำมาประมูลได้โดยไม่ต้องรอกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขณะที่การลด/ไม่ลด QE ยังอยู่ในตลาด แต่ผลกระทบจะยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ เพราะมีการพูดประเด็นนี้มานานกว่าครึ่งปี และราคาสินทรัพย์ต่างๆ ผ่านการปรับตัวไปแล้วหลายครั้ง โดยภาพรวมไม่มีประเด็นที่เป็นลบใหม่ๆ กับตลาด แม้ว่าโดยสถิตินักลงทุนมักจะขายหุ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายก่อนหยุดยาว แต่ปีนี้ได้ขายมาแล้วถึง 1 แสนล้านบาท โอกาสที่จะขายหนักน่าจะมีน้อย ดัชนีจึงน่าจะปรับตัวขึ้นได้

เรื่องการเพิ่มเพดานหนี้เป็นโจทย์สำคัญที่รออยู่ข้างหน้า

ไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะสามารถผ่านร่างงบประมาณปี 2557 ไปได้หรือไม่ก็ตาม ประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งกว่าคือการขยายเพดานหนี้ที่มีเส้นตายคือวันที่ 17 ต.ค.นี้ เพราะหากไม่สามารถเพิ่มเพดานได้ รัฐบาลจะไม่สามารถกู้เงินไปใช้ในกิจการต่างๆ ของประเทศ รวมถึงชำระหนี้ได้ เพราะหนี้ปัจจุบัน 16.74 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทะลุเพดานที่ 16.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว และจะนำมาสู่ความปั่นป่วนของตลาดการเงินโลก (การลดอันดับเครดิตของสถาบันจัดอันดับ) แต่เชื่อว่ามีผลกระทบจำกัดต่อตลาดหุ้นไทย เพราะเชื่อว่าการเพิ่มเพดานหนี้จะผ่านไปได้ในที่สุดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2554 และถึงแม้สหรัฐจะถูกปรับลดอันดับเครดิต กระแสเงินไหลน่าจะออกจากตลาดพันธบัตรและมีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดหุ้น

ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุม สว.

สำหรับประเด็นในประเทศในเดือนนี้ จะมีเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ของที่ประชุม สว. ซึ่งต้องผ่านทั้ง 3 วาระ คาดเริ่มประชุม 30 ก.ย. มีกรอบเวลา 60 วัน หากไม่มีการแก้ไขจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาภายในเดือน พ.ย. และมีผลบังคับใช้เดือน ธ.ค. แต่หาก สว.ไม่เห็นชอบ ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 2 สภา ถึงที่สุดถ้าเจรจาไม่ได้อาจต้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ซึ่งจะทำให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวล่าช้าออกไป หรือแม้กระทั่งร่าง พ.ร.บ.ผ่านเป็นกฎหมายแล้วก็อาจถูกฟ้องร้องจากองค์กรต่างๆ ได้อีก แต่ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจของหุ้นที่เกี่ยวข้อง (รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และธนาคารขนาดใหญ่) น้อยลงและไม่กระทบกับประมาณการรายได้และกำไรที่เราคาด เพราะภาครัฐสามารถดึงโครงการที่มีความพร้อม เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว สีชมพู และมอเตอร์เวย์บางปะอินสระบุรีโคราช ออกมาประมูลก่อนได้ ซึ่งล่าสุดปลายเดือนที่ผ่านมา มีข่าวว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู แครายมีนบุรี จะเข้าที่ประชุม ครม. ต้นเดือน ต.ค.นี้ และคาดว่าจะประกวดราคาและเริ่มลงนามในสัญญาก่อสร้างได้ในปี 2557 และพร้อมเปิดให้บริการปี 2560

หุ้นอยู่ในช่วงสุญญากาศอีก 2 สัปดาห์ แต่เป็นจังหวะน่าลงทุน

 

ช่วงเวลาของการท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสดใสโดดเด่นอย่างมากในปีนี้ ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ส.ค. เติบโตแรงถึง 28% YY เป็น 2.5 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งที่ยังเป็นช่วง Low Season สำหรับช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 เป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ประกอบกับระยะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่าในช่วง 2Q13 กลุ่มโรงแรมจะได้ประโยชน์เต็มที่จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น FSS Research ชอบ MINT (ราคาพื้นฐาน 30 บาท) มากที่สุด แม้ว่า MINT จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาหาร แต่รายได้ถึงครึ่งหนึ่งก็มาจากโรงแรม และอีกครึ่งหนึ่งที่มาจากธุรกิจอาหารก็ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวเช่นกัน นอกจากนั้น AOT (ราคาพื้นฐาน 240 บาท) ได้รับประโยชน์โดยตรงเช่นกัน ส่วนกลุ่มสายการบิน เราชอบธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำมากกว่าสายการบินปกติ และเราชอบ NOK (ราคาพื้นฐาน 38 บาท) มากกว่า AAV (ราคาพื้นฐาน 6 บาท) เพราะการเติบโตของกำไรสูงกว่า และ Valuations ที่ถูกกว่า

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย