
เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น
ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยยังไม่พ้นจุดต่ำสุด แม้ส่งออกอาเซียนโตหนุน เหตุยังมีปัจจัยเสี่ยงจากในและนอกประเทศรุมเร้า เชื่อปีนี้เศรษฐกิจโตต่ำกว่า 4.2%
ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยยังไม่พ้นจุดต่ำสุด แม้ส่งออกอาเซียนโตหนุน เหตุยังมีปัจจัยเสี่ยงจากในและนอกประเทศรุมเร้า เชื่อปีนี้เศรษฐกิจโตต่ำกว่า 4.2%
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาเริ่มทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า เห็นได้จากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า โดยการบริโภคขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบระยะเดียวกันปีก่อน และขยายตัว 0.9 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวติดลบ 0.6% ส่วนการลงทุนขยายตัวติดลบ 0.4% เมื่อเทียบระยะเดียวกันปีก่อน และขยายตัวติดลบ 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าขยายตัว 0.3% สอดคล้องกับรายได้ภาคเกษตรปรับดีขึ้นขยายตัว 1% จากเดือนก่อนขยายตัวติดลบ 1.1%
ขณะที่การส่งออกมีสัญญาณปรับดีขึ้นมีมูลค่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือโต 2.5% จากเดือนก่อนมีมูลค่า 1.88 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือโตติดลบ 1.3% เพราะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ สะท้อนจากส่งออกสินค้าไทยไปอาเซียนโตถึง 17.3% จากเดือนก่อน 8.4% ซึ่งขยายตัวที่กระจายในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตร สอดคล้องกับกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลักของโลกที่เริ่มมีความต้องการสินค้าเพิ่ม โดยส่งออกสินค้าไทยไปจีนโต 3.1% จากเดือนก่อนติดลบ 5.3% ญี่ปุ่นติดลบ 6% จากเดือนก่อนติดลบ 10.5% สหรัฐโต 3.6% จากเดือนก่อนติดลบ 0.6% และยุโรปโต 14% จากเดือนก่อน 1.1%
จากการส่งออกที่ดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นตาม ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวติดลบ 3.1% ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 4.9% แต่อย่างไรก็ดี จากอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำและการผลิตในบางอุตสาหกรรมยังหดตัว ส่งผลให้การนำเข้าลดลง มีมูลค่า 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวติดลบ 2.4% จากเดือนก่อนที่มีมูลค่า 1.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวติดลบ 0.2% และผลจากเศรษฐกิจชะลอในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ลดลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือน ส.ค.อยู่ที่ 47.5 จุด ต่ำกว่าระดับเชื่อมั่นที่ 50 จุด จากเดือนก่อนหน้า 48.3 จุด ส่วนความเชื่อมั่นทางธุรกิจในระยะ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 51.7 จุด จากเดือนก่อนหน้า 53.3 จุด
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวดีต่อเนื่อง ขยายตัว 28.1% จากเดือนก่อน 22.5% ตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากจีน มาเลเซีย และรัสเซีย โดยเดือนนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 2.47 ล้านคน จากเดือนก่อน 2.22 ล้านคน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 66.6% จากเดือนก่อน 60.4%
“เศรษฐกิจจากนี้จะเริ่มผงกหัวขึ้นได้หรือยังนั้น ถ้าชั่งปัจจัยดีและลบข้างหน้ายังพูดยาก เพราะปัจจัยคนละแบบ ยังไม่อยากฟันธง แต่มันทรงตัว มีหลายเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจที่เริ่มทรงตัว ทำให้แนวโน้มไม่น่าจะทรุดตัวลงมากกว่านี้ แต่จะปรับดีขึ้นได้หรือไม่ในระยะต่อไปยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในอนาคต ทั้งความเสี่ยงในต่างประเทศที่มาตรการผ่อนคลายปริมาณเงินหรือคิวอียังไม่มีความชัดเจน เศรษฐกิจยุโรปที่ว่ามีเสถียรภาพดีขึ้นก็ยังไม่แน่ เพราะมีหลายประเทศยังมีปัญหา ส่วนปัจจัยเสี่ยงในประเทศยังมีหลายเรื่องที่ต้องดู เช่น การใช้จ่ายภาครัฐที่เบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมายในปีงบประมาณ 2556 และเรื่องอื่นๆ ที่จะกระทบต่อภาคธุรกิจ ซึ่งยังต้องรอผลการพิจารณาของศาล” นายเมธี กล่าว
นายเมธี กล่าวว่า การที่พ.ร.บ.งบประมาณปี 2557 อนุมัติไม่ทันขึ้นปีงบประมาณใหม่ในเดือนต.ค.ปีนี้คงไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก เพราะยังมีงบประมาณประจำที่จะมาชดเชยได้ ในอดีตก็เคยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่รัฐบาลก็สามารถเร่งเบิกจ่ายตามหลังได้ อย่างไรก็ดี ถ้าดูจากตัวเลขในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 ปีนี้แล้ว เชื่อว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี(จีดีพี)ปีนี้คงต่ำลงกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 4.2% แต่จะโตลดลงเหลือเท่าไรแน่คงต้องรอผลการประกาศในวันที่ 25 ต.ค.นี้อีกครั้ง
นายเมธี กล่าวว่า ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟ้อชะลอลง โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.59% จากเดือนก่อน 2% เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.75% จากเดือนก่อนหน้า 0.85% ด้านอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ







