posttoday
รัฐเคาะงบ2.07ล้านล้านเร่งสางปัญหาเหลื่อมล้ำ

รัฐเคาะงบ2.07ล้านล้านเร่งสางปัญหาเหลื่อมล้ำ

28 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ครม.ไฟเขียวงบปีหน้าขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท พร้อมดึงงบใช้หนี้ชดเชย พ.ร.บ.กู้เงิน

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบงบประมาณปี 2554 (ต.ค. 2553ก.ย. 2554) วงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีรายได้สุทธิ 1.6 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจไทยขยายตัว 6.5%

ทั้งนี้ วงเงินปรับเพิ่มขึ้นจากปีงบ ประมาณ 2553 จำนวน 3.7 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.8% แยกเป็นงบรายจ่ายประจำ 1.66 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของงบรายจ่ายทั้งหมด ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 84% ส่วนงบรายจ่ายเพื่อการลงทุนอยู่ที่ 3.44 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.3 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 60.7% คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16.6% ของวงเงินงบประมาณรวม

“ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดถึง 6.24 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของงบประมาณทั้งหมด” นายวัชระ กล่าว

ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้แจ้งในที่ประชุม ครม. ว่า เนื่องจากในปีงบประมาณ 2553 จัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการ 1.72 แสนล้านบาท จึงอนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้เงินคงคลัง 4.2 หมื่นล้านบาท เพื่อไถ่ถอนตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดในปีงบประมาณ 2553 ทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากวงเงินที่เคยตั้งไว้สำหรับรายการชำระคืนต้นเงินกู้ 4.2 หมื่นล้านบาท ไปให้โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่จัดเตรียมไว้รองรับร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่จะถูกยกเลิกไป

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลังขอกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลก วงเงิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เริ่มเบิกจ่ายในวันที่ 30 ก.ย. 2554 ระยะเวลาใช้คืน 20 ปี และกู้เงินจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) อีก 300 ล้านเหรียญสหรัฐ เริ่มเบิกจ่ายในวันที่ 31 มี.ค. 2555 มีเวลาใช้คืน 15 ปีฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 6 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลขาดดุลงบประมาณ 267,183 ล้านบาท จากการที่รัฐบาลมีรายได้ 666,831 ล้านบาท มีรายจ่ายเงินงบประมาณ 934,014 ล้านบาท และเมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 54,673 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดดุลเงินสดรวม 321,856 ล้านบาท และรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 146,572 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดหลังกู้ทั้งสิ้น 175,284 ล้านบาท โดยมีเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน มี.ค.53 จำนวน 118,551 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้การชุมนุมทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ แต่จากผลการจัดเก็บรายได้และฐานะการคลังในช่วงครึ่งปีแรกที่แข็งแกร่ง ประกอบกับแนวทางการบริหารการคลังที่มีความยืดหยุ่นในปัจจุบัน ทำให้มั่นใจได้ว่า ฐานะการคลังจะอยู่ในสภาวะที่เข้มแข็งต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ