
จับตาสื่อสาร-เซเว่น
ฟิทช์ห่วงก่อหนี้มากจนขาดดุลเงินสดระวังสินค้าโภคภัณฑ์ราคาเหวี่ยงแรง
ฟิทช์ห่วงก่อหนี้มากจนขาดดุลเงินสดระวังสินค้าโภคภัณฑ์ราคาเหวี่ยงแรง
ฟิทช์ เรทติ้งส์ จับตาหุ้นสื่อสารค้าปลีกหลังก่อหนี้พุ่งพลิกสถานะเงินสดสุทธิ
นายเลิศชัย กอเจริญรัตนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังมีความแข็งแกร่ง แต่มีบางบริษัทที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิตเริ่มมีหนี้เพิ่มสูงขึ้น เพื่อใช้ขยายการลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าติดตาม
ขณะที่กลุ่มสื่อสารจำเป็นต้องใช้เงินขยายการลงทุนโครงข่าย และกลุ่มค้าปลีกที่เข้าซื้อกิจการในมูลค่าที่สูง แต่จากการที่เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง ประเมินว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยฟิทช์ประเมินควบคู่ไปกับความสามารถในการลดหนี้หรือการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานว่าจะทำได้เร็วอย่างไร
ปัจจุบัน ฟิทช์จัดอันดับเครดิต บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ซึ่งในปีนี้มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนที่สูงเพื่อขยายเครือข่ายให้บริการ 3จี ใหม่ ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (DebttoEBITDA Ratio) เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.5 เท่า จากเดิมที่มีสถานะเงินสดสุทธิ
ทั้งนี้ ฐานะทางการเงินของบริษัททั้งสองแห่งยังมีความแข็งแกร่ง เพราะได้เตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนดังกล่าวไว้แล้ว และเป็นธุรกิจที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ จึงไม่มีผลกระทบต่ออันดับเครดิต
อย่างไรก็ตาม ADVANC และ DTAC ได้รับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตขึ้นเป็นบวกปลายปี 2555 จากที่มีเสถียรภาพ แต่คงอันดับไว้ที่เดิม เพราะได้รับปัจจัยบวกจากการปรับปรุงใบอนุญาตโครงข่าย 3จี และในระยะยาวยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลง ยกเว้นจะมีเหตุการณ์สำคัญที่เข้ามามีผลกระทบ
ปัจจุบัน ฟิทช์จัดอันดับเครดิตของบริษัททั้งหมด 24 แห่ง โดยบริษัทที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น อันดับเครดิตอยู่ที่ A+ (tha) แม้จะมีการลงทุนซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงมาก จนเปลี่ยนสถานะจากมีเงินสดสุทธิเป็นมีหนี้สุทธิ ทำให้อัตราหนี้สินต่อกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย ในปีนี้ถึงปีหน้าขยับขึ้นระดับ 5-6 เท่า จากระดับเกือบเป็นศูนย์ แต่แนวโน้มในช่วง 3 ปีข้างหน้าน่าจะลดลงมาเหลือประมาณ 2-3 เท่า
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ให้อันดับเครดิตที่ A(tha) ปัจจัยบวกมาจากรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าที่มีสัญญาระยะยาว แม้มีการขยายการลงทุนที่สูงทำให้หนี้เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจสามารถสร้างกระแสเงินสดให้กลับได้ค่อนข้างเร็ว ดังนั้นอัตราหนี้สินต่อกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย จะไม่สูงอยู่ที่ประมาณ 2.5 เท่า
“การก่อหนี้ของกลุ่มสื่อสารและค้าปลีกเป็นเรื่องที่ฟิทช์เฝ้าจับตาอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะการจัดเครดิตของเราดูปัจจัยพื้นฐานระยะยาว 3-5 ปี และดูความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดด้วย” นายเลิศชัย กล่าว
อย่างไรก็ดี ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์เพื่อจัดอันดับเครดิตเพิ่มในกลุ่มสื่อสารและมีเดีย ซึ่งมีความต้องการออกหุ้นกู้ ระดมเงินลงทุนเพื่อใช้ขยายกิจการในช่วง 1-2 ปี
นายเลิศชัย กล่าวต่อว่า ฟิทช์ยังคงมุมมองภาพ บจ.ไทยยังอยู่ที่ระดับมีเสถียรภาพ แต่จะมีบางธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์อาจเผชิญกับความผันผวนของราคา อาทิ ราคาน้ำมันหรือวัตถุดิบต่างๆ หากผันผวนไม่มากเกินไปเมื่อเปรียบกับปี 2551-2555 ซึ่งเชื่อว่าอยู่ในระดับบริหารจัดการได้
ก่อนหน้านี้ นายมาร์ค ยัง หัวหน้าฝ่ายจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ฟิทช์ฯ เปิดเผยว่า ความเสี่ยงด้านสถาบันการเงินในภูมิภาคและไทย คือ การเติบโตของสินเชื่อที่รวดเร็ว อาจมีผลกระทบต่อหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเกิดจากฐานลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้ต่ำ หากสภาพเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มอ่อนแอลง







