posttoday
เลือดใหม่ "เอ็นจีอาร์" ทำหนังแตกต่างกล้าได้กล้าเสีย

เลือดใหม่ "เอ็นจีอาร์" ทำหนังแตกต่างกล้าได้กล้าเสีย

30 กันยายน 2556

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากก่อตั้งบริษัทและเริ่มสร้างภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี 2549 บริษัท เอ็นจีอาร์ มีผลงานภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ล่า ท้า ผี, มะหมา 4 ขาครับ, คริต กะ จ๋า, โลง ต่อ ตาย, ออคโทเบอร์ โซนาต้า และมะหมาภาค 2

จากความสำเร็จที่ได้สั่งสมมาตั้งแต่รุ่นแม่ ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง ธนธัช ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม และ รุสนันท์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม มารับช่วงต่อ ซึ่งงานแรกที่จะได้พิสูจน์ฝีมือ 2 พี่น้องอย่างเต็มตัว คือ ภาพยนตร์เรื่อง เลิฟอีส (Love is)

รุสนันท์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นจีอาร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำนับจากนี้คือ ต้องทำงานที่วางแผนไว้ให้เสร็จ นั่นก็คือ ภาพยนตร์เรื่องเลิฟอีส ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องแรกที่ได้เข้ามาดูแลในทุกส่วนอย่างเต็มตัว หลังจากก่อนหน้านี้จะดูในเรื่องของการตลาดเพียงอย่างเดียว

“พาร์ตของคุณแม่อาจเป็นรุ่นที่ปิดกั้น พอมาถึงรุ่นเราก็จะมีความกล้าได้กล้าเสีย กล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเรื่อง เลิฟอีส ถือเป็นเรื่องที่เราเข้ามาทำอย่างเต็มตัว ซึ่งก่อนหน้านี้จะไม่รู้เลยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เพราะเข้ามาดูหลังจากขั้นตอนทำหนังทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว” รุสนันท์ กล่าว

สำหรับเม็ดเงินที่ใช้ในการลงทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องเลิฟอีสในครั้งนี้ รุสนันท์ กล่าวว่า น่าจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท เพราะภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ทำมาใช้งบไม่ต่ำกว่าจำนวนนี้ โดยเฉพาะเรื่องมะหมา ภาค 2 งบลงทุนไปถึง 60 ล้านบาท มากที่สุดเท่าที่เคยลงทุนสร้างภาพยนตร์

รุสนันท์ กล่าวต่อว่า แนวทางการทำภาพยนตร์ของบริษัท เอ็นจีอาร์ นับจากนี้จะเน้นสร้างภาพยนตร์แนวที่คู่แข่งในตลาดไม่ทำ เนื่องจากต้องการขยายฐานผู้ชมให้กว้างมากขึ้นและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เพราะปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจสร้างภาพยนตร์มีความรุนแรง ทุกค่ายต่างต้องการให้ภาพยนตร์ของตัวเองได้เข้าฉายในบ็อกซ์ออฟฟิศ

นอกจากนี้ บริษัท เอ็นจีอาร์ ยังมีแผนที่จะส่งออกภาพยนตร์เรื่อง เลิฟอีส เข้าไปชิงรางวัลในหลายประเทศ เบื้องต้นวางแผนไว้ 3 งานใน 3 ประเทศ คือ 1.งานเซี่ยงไฮ้ฟิล์มเฟสติวัล 2.งานไต้หวันฟิล์มเฟสติวัล และ 3.งานประกวดภาพยนตร์ในประเทศมาเลเซีย

“เป้าหมายของเราคือ หนังแต่ละเรื่องที่ทำต้องคุ้มทุน ซึ่งแนวทางการทำตลาดของเราจะมี 2 รูปแบบ คือ ผลิตเพื่อทำตลาดในประเทศไทยและขายในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้เราก็ได้เจรจาขายหนังเรื่องเลิฟอีสได้หลายประเทศแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือมาเลเซีย” รุสนันท์ กล่าว

จากความสำเร็จในการสร้างภาพยนตร์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท เอ็นจีอาร์ มีแผนที่จะเพิ่มแรงฮึดในการสร้างภาพยนตร์ต่อปีเพิ่มขึ้น จากเดิมในแต่ละปีบริษัท เอ็นจีอาร์ จะสร้างภาพยนตร์เข้าฉายอยู่ที่ประมาณ 1 เรื่อง

แต่แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ รุสนันท์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท เอ็นจีอาร์ ออกมาประกาศแผนเชิงรุกว่าจะสร้างภาพยนตร์ปีละไม่ต่ำกว่า 2-3 เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องคาดว่าจะใช้งบลงทุนเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท โดยในส่วนของงบการลงทุนจะมีทั้งได้มาจากผู้สนับสนุนและงบลงทุนส่วนตัวของบริษัท เอ็นจีอาร์

จากเป้าหมายที่ต้องการสร้างภาพยนตร์เข้าฉายได้ปีละ 2-3 เรื่อง ทำให้ รุสนันท์ คาดการณ์ว่านับจากนี้ไปบริษัท เอ็นจีอาร์ น่าจะมีรายได้เติบโตต่อปีไม่ต่ำกว่า 5-10% โดยตอนนี้มีภาพยนตร์ที่อยู่ในใจพร้อมดำเนินการสร้างแล้วประมาณ 6-7 เรื่อง

ความสำเร็จที่รออยู่ ถือเป็นความท้าทายและบทพิสูจน์ฝีมือทายาทรุ่นที่ 2 ของเอ็นจีอาร์

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน