
ป้องกันความเสี่ยงต้องไม่สนใจกำไรขาดทุนระหว่างทาง
สัปดาห์ที่แล้ว ถ้าท่านเป็นผู้ซื้อ USD Futures อาจคิดว่าเมื่อค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างมาก ก็ควรทำการขายปิดเพราะตนเองคาดการณ์ผิด ค่าเงินต่างไปจากทิศที่คาดและเกิดผลขาดทุนขึ้นนั้น คอลัมน์ นัดพบ TFEX ในครั้งนี้ ขอนำอีกมุมมองที่หากท่านเป็นผู้ซื้อขาย USD Futures เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง ต้องคำนึงถึงกันนะครับ
สัปดาห์ที่แล้ว ถ้าท่านเป็นผู้ซื้อ USD Futures อาจคิดว่าเมื่อค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างมาก ก็ควรทำการขายปิดเพราะตนเองคาดการณ์ผิด ค่าเงินต่างไปจากทิศที่คาดและเกิดผลขาดทุนขึ้นนั้น คอลัมน์ นัดพบ TFEX ในครั้งนี้ ขอนำอีกมุมมองที่หากท่านเป็นผู้ซื้อขาย USD Futures เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง ต้องคำนึงถึงกันนะครับ
วันพฤหัสบดีที่แล้ว ค่าเงินบาทแข็งค่าไปจนเราได้เห็นระดับที่ต่ำกว่า 31 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้ที่ขาย USD Futures ได้รับกำไร ในขณะที่ฟากผู้ซื้อ USD Futures หลายคนอาจทำการปิดสัญญาเพื่อตัดขาดทุนหรือ Cut Loss จากการคาดการณ์ผิดทิศ แต่สำหรับผู้ที่ใช้ USD Futures เพื่อการป้องกันความเสี่ยง ไม่อาจจะใช้แนวทางการ Cut Loss มาปรับกลยุทธ์ได้แบบการซื้อขายทั่วไป
ลองมาดูตัวอย่างผู้นำเข้าที่ซื้อ USD Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยงรายจ่ายค่าสินค้า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มีกำหนดจ่ายในช่วงปลายเดือน ก.ย. โดยผู้นำเข้าเลือกซื้อสัญญาเดือน ก.ย. (USDU13) ซึ่งครบกำหนดใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่จะต้องจ่ายเงินให้คู่ค้าต่างประเทศ และทำการซื้อไว้ตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ราคา 31.38 บาท เป็นจำนวน 1,000 สัญญา ซึ่งต้องวางหลักประกันไว้ที่โบรกเกอร์เป็นขั้นต้น เท่ากับ 760 บาทต่อสัญญา หรือเป็นมูลค่าทั้งหมดเท่ากับ 0.76 ล้านบาท
ด้วยกลไกการชำระราคาของการซื้อขาย USD Futures ที่จะมีการคำนวณกำไรขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคา Futures ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน พบว่า ณ สิ้นวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าวันที่ค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว (วันที่ 19 ก.ย.) โดยราคาที่ใช้ชำระราคา ณ วันที่ 18 ก.ย. ของ USDU13 อยู่ที่ 31.70 บาท ทำให้เงินประกันของผู้นำเข้าเท่ากับ 1.08 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินประกันที่วางไว้ตั้งแต่ตอนซื้อขายที่ 0.76 ล้านบาท และกำไรในอีก 0.32 ล้านบาท [(31.70-31.38) *1,000*1,000 สัญญา]
แต่ในวันต่อมาวันที่ 19 ก.ย. ค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในตอนเช้าอัตราแลกเปลี่ยนปรับลงประมาณ 2% จากราคาวันก่อนหน้า (ประมาณ 31.06 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) และ TFEX ประกาศหยุดการซื้อขาย USD Futures ในช่วงเช้าประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อลดความร้อนแรงของตลาด หากผู้นำเข้าตกใจ เพราะเห็นเป็นผลขาดทุนถึง 0.64 ล้านบาททันทีเมื่อเทียบกับราคาของวันที่ 18 ก.ย. [(31.06-31.70)*1,000* 1,000 สัญญา] และใช้แนวความคิดเรื่องการ Cut Loss มาตัดสินใจขายปิดสัญญาไปทันทีเมื่อ USD Futures เริ่มเปิดซื้อขายอีกครั้ง เช่น ผู้นำเข้าขายปิดไปที่ราคา 31.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้เงินในบัญชีหลักประกันที่เหลือเมื่อปิดสัญญาเท่ากับ 0.38 ล้านบาท การปิดสัญญาที่ราคาดังกล่าวทำให้ผู้นำเข้าได้รับผลขาดทุน 0.38 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับราคาขายปิดลบด้วยราคาซื้อเปิดตอนแรกคูณกับจำนวนสัญญาทั้งหมดที่มี [(31.00-31.38) *1,000*1,000 สัญญา] หักออกจากหลักประกันขั้นต้นที่เคยวางไว้จึงเหลือเท่ากับ 0.38 ล้านบาท (0.76 ล้าน0.38 ล้านบาท) และท้ายสุดไปกระทบกับเงินที่ผู้นำเข้าเตรียมไว้รอซื้อขายดอลลาร์จริงจ่ายให้คู่ค้าตอนปลายเดือน ก.ย. ซึ่งไม่รู้ว่าค่าเงินตอนนั้นจะเป็นอย่างไร
แต่ถ้าหากผู้นำเข้าไม่ตกใจกับการแข็งค่าและยังคงถือสัญญา USDU13 อยู่ต่อไป ซึ่ง ณ ถึง เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ราคาของสัญญากลับมาอยู่ที่ 31.38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่ซื้อไว้ตั้งแต่แรกและได้มีกำไรจากการปรับราคา Futures มาเติมหลักประกันให้กลับมาอยู่ที่ระดับเดิมอีกครั้ง และหากในอนาคตราคา USDU13 ไปจบที่ 31.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นราคาที่ใช้ชำระราคาครั้งสุดท้าย ผู้นำเข้าก็จะได้รับเงินกำไรจากสัญญา USDU13 ที่ครบกำหนดอายุไปบวกเป็นเงินบาทที่ต้องเตรียมไปแลกดอลลาร์ 1 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อจ่ายค่าสินค้าในปลายเดือน ก.ย.
จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าในวันที่ 19 ก.ย. ถ้าผู้นำเข้าใช้แนวคิดเรื่องการทำกำไรมาใช้ในการตัดสินใจจะทำให้การป้องกันความเสี่ยงที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกไม่ประสบผลตามที่ต้องการ แต่หากถือต่อไปจนสิ้นสุด ไม่ว่าค่าเงินจะไปจบที่ตรงไหน ผู้ที่เข้ามาซื้อขาย USD Futures จะมีกำไร/ขาดทุน ไปชดเชยจำนวนเงินที่ต้องไปทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐเมื่อสัญญาครบกำหนดอายุ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงต้องมองข้ามเรื่องกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด และทำให้ปิดสัญญาก่อนกำหนดที่ตั้งใจไว้ อีกทั้ง หากถือสัญญาไปจนถึงวันที่ตั้งใจไว้แต่แรกท่านก็จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงได้ตามต้องการ
ขอเชิญร่วมฟังสัมมนา “พิชิตอนุพันธ์ด้วย Technical ไตรมาส 3 ปี 2556” วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ย. 2556 เวลา 08.30-12.00 น. ณ หอประชุม ศ.สังเวียนฯ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฟรี! สนใจลงทะเบียนได้ที่ www.maybankke.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 02-658-5050







