posttoday
ส่งปปช.ฟันขรก.ร่วมโกงภาษี

ส่งปปช.ฟันขรก.ร่วมโกงภาษี

26 กันยายน 2556

คดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกปลอมของกลุ่มบริษัทเอกชนที่สร้างความเสียหาร่วม 4,000 ล้านบาท กำลังงวดเข้ามาทุกขณะ และทำเอาข้าราชการและ ผู้ที่เกี่ยวข้องหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามกัน

คดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกปลอมของกลุ่มบริษัทเอกชนที่สร้างความเสียหาร่วม 4,000 ล้านบาท กำลังงวดเข้ามาทุกขณะ และทำเอาข้าราชการและ ผู้ที่เกี่ยวข้องหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามกัน

ล่าสุด ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีกระทรวงการคลังร้องทุกข์ขอให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนิติบุคคลและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีพฤติการณ์ขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ ในรอบปีภาษี 2555-2556 ซึ่งเป็นลักษณะการทำลายระบบภาษีอากรของประเทศ โดยมีมูลค่าความเสียหายที่ขอคืนภาษีกว่า 4,000 ล้านบาท อันเป็นความผิดฐานร่วมกันออกและใช้ใบกำกับภาษีโดยเจตนานำใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี และร่วมกันหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และร่วมกันฉ้อโกง

ขณะนี้ดีเอสไอได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งกระทรวงการคลังได้ส่งรายชื่อมาให้รวม 19 คน แต่เสียชีวิตไป 1 คน ซึ่งดีเอสไอได้ส่งรายชื่อทั้งหมดไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน ในจำนวนนี้ไม่มีชื่อของ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร รวมอยู่ด้วย ส่วนการโยกย้าย สาธิต พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรนั้น เป็นเรื่องการบริหารงานภายในของกระทรวงการคลัง ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญาในคดีนี้

ในเบื้องต้น ดีเอสไอได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 5 คน ประกอบด้วย วีรยุทธ แซ่หลก หรือธนยุทธ ดลธนโกเศศ สายธาร แซ่หลก สุรเชษฐ์ มหารำลึก ประสิทธิ์ อัญญโชติ และกิติศักดิ์ อัญญโชติ โดยผู้ต้องหาบางรายพบว่ายังอยู่ในประเทศ ซึ่งดีเอสไอจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

แต่ก็น่าเสียดาย จากการตรวจสอบทางบัญชีขณะนี้ พบว่าเหลือเพียงเงินหลักสิบล้านบาทที่ค้างอยู่ในบัญชีเท่านั้น

เพราะกลุ่มคนดังกล่าว วางแผนโกงภาษีมาตั้งแต่ต้นจึงใช้วิธีการเบิกถอนเงินสดต่อเนื่องเป็นรายวัน วันละหลายครั้ง บางส่วนมีการนำเงินไปซื้อทองคำ ดังนั้น จึงต้องการให้กรมสรรพากรและศุลกากรร่วมมือกันในการตรวจสอบก่อนอนุมติคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐต้องถูกอาชญากรทางเศรษฐกิจฉ้อโกงเงินภาษี

สัปดาห์หน้า ธาริต จะประชุมร่วมกับอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินคดีโกงแวตส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ อีกหลายรายการ

เมื่อแกะรอยขบวนการโกงภาษี มีการจัดตั้งบริษัทและคณะบุคคลหลายบริษัท โดยหลอกเอาบัตรประชาชนของคนต่างจังหวัดรายได้น้อยมาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจอมปลอม โดยส่วนใหญ่จะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในปี พ.ศ. 2555 ผู้มีชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจหรือผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลซ้ำๆ กัน หรือเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน มีที่ตั้งสถานประกอบการเดียวกัน

สำหรับการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีการจัดตั้งนิติบุคคลเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนิติบุคคลที่มีกิจการรับซื้อขายเศษโลหะภายในประเทศ

กลุ่มนิติบุคคลที่ส่งออกสินค้าประเภทเศษโลหะไปยังต่างประเทศ โดยวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างและจัดทำเอกสาร แสดงให้เห็นว่ามีการซื้อขายสินค้าประเภทเศษโลหะระหว่างนิติบุคคลทั้งสองกลุ่ม โดยนิติบุคคลที่ส่งออกสินค้าประเภทเศษโลหะ และเป็นผู้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะแสดงต้นทุนเศษโลหะที่รับซื้อสูงกว่าราคาตลาดกว่า 60 เท่า เป็นการอำพรางว่าได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามราคาที่รับซื้อแล้ว จึงขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มภายหลังจากที่ส่งออกสินค้า

สำหรับประเด็นการพิสูจน์การส่งออกของกรมศุลกากร พบว่า มีการสำแดงการส่งออกสินค้าประเภทเศษโลหะอัดก้อนพิเศษในช่วงเดือน มิ.ย. 2555-มี.ค. 2556 เป็นจำนวนกว่า 1 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท แต่จากการสอบสวน พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มีการส่งสินค้าดังกล่าวออกไปต่างประเทศจริง

หลังจากกลุ่มผู้กระทำผิดได้รับเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้ว จากการตรวจสอบ พบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดจะดำเนินการนำเช็คเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีบริษัทที่มีการเปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารและสาขาเดียวกันทั้งหมด เมื่อได้รับเงินคืนภาษีแล้ว ก็จะทำการโอนเงินสลับไปมา ระหว่างกลุ่มนิติบุคคลที่เป็นผู้ขายสินค้าและกลุ่มนิติบุคคลผู้ขอคืนภาษีหลายครั้ง รวมถึงมีการเบิกถอนเงินสดวันละหลายๆ ครั้งเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ยากแก่การตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินและพิสูจน์ทราบว่าสุดท้ายเงินคืนภาษีอากรจะตกแก่ผู้ใด

ขณะนี้ดีเอสไอได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคเหล่านี้อีกทางหนึ่งด้วยแล้ว

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน