
ตปท.ห่วงอสังหาฯร่วง
ผู้จัดการกองทุนเอเชียหวั่นชะลอตามศก.ก้องเกียรติยันหุ้นไทยแพงเท่าสหรัฐ
ผู้จัดการกองทุนเอเชียหวั่นชะลอตามศก.ก้องเกียรติยันหุ้นไทยแพงเท่าสหรัฐ
กิมเอ็ง เดินสายพบ 50 ผู้จัดการกองทุนในเอเชีย ห่วงอสังหาฯ ชะลอตามเศรษฐกิจ สถาบันทิ้งดิ่ง 50 จุด
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังการเข้าพบผู้จัดการกองทุนจำนวน 50 รายใน 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน ระหว่างวันที่ 19 ส.ค.19 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า นักลงทุนสนใจตัวเลขเงินลงทุนโดยตรงที่เข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงภาระหนี้สินภาคครัวเรือน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยสอบถามอัตราปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร
บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง มองว่าอัตราปฏิเสธเงินกู้บ้านมีบ้างเป็นเรื่องปกติตามภาวะเศรษฐกิจชะลอ กลับเป็นเรื่องที่ดีเพื่อเป็นการปรับสมดุล
สำหรับเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเอเชียนั้น นายสุกิจ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น0.3%จากสัปดาห์ก่อนหน้าหรือ239ล้านเหรียญสหรัฐ ดีกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าที่ไหลเข้ามา223ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไหลเข้าเกาหลีและเวียดนามมากที่สุด และส่วนใหญ่เป็นกองอีทีเอฟ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ต่อไป
“เป็นการสะท้อนว่าเงินที่เข้ามาเป็นเงินร้อน ดังนั้นนักลงทุนต้องระวัง เพราะเงินเหล่านี้พร้อมจะไหลกลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว” นายสุกิจ กล่าว
ปัจจุบัน บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง คาดดัชนีเป้าหมายสิ้นปีตามมูลค่าที่เหมาะสมที่ 1,400 จุด แต่หาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทราบรื่น จะมีโอกาสไปถึง 1,550 จุด ซึ่งเป็นมูลค่าที่เหมาะสมของดัชนีปีหน้า
ด้านนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ให้ความเห็นว่าขณะนี้ดัชนีหุ้นไทยไม่ถูกพิจารณาจากอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) อยู่ที่ระดับ 14 เท่า เพิ่มขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับระดับ 8 เท่า เมื่อปี 2552 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐ โดยปกติตลาดหุ้นสหรัฐจะซื้อขายในระดับที่แพงกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ
ที่ผ่านมามีหุ้นหลายตัวเพิ่มขึ้นมาหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 2 ออกมาไม่ค่อยดี ทำให้ทางฝ่ายวิจัยของเอเซีย พลัส ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของกำไร บจ.ปีนี้ลงเหลือ 15% จากเดิมคาดว่าจะโต 23% บนสมมติฐานว่าเศรษฐกิจโตเพียง 34% แต่หากมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาหนุน น่าจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและกำไรของ บจ. ส่งผลให้หุ้นไทยเพิ่มขึ้นไปต่อได้
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยจากนี้ไปจะมีความผันผวนจนกว่ามาตรการคิวอีจะมีความชัดเจน แต่เชื่อว่าโดยพื้นฐานของหุ้นไทยมีความแข็งแกร่ง จะเห็นได้จากผลตอบแทนของดัชนีหุ้น SET50 ย้อนหลังให้ผลตอบแทนปีละ 20% ขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 3.7% ญี่ปุ่น 1.7%
การลงทุนในวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยตลาดหุ้นไทยทรุดแรงที่สุดถึง 50.08 จุด หรือลดลง 3.37% มาอยู่ที่ 1,436.68 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 50,628.29 ล้านบาท ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลงมากสุดถึง 5.56% หรือ 16.30 จุด มาปิดที่ 276.73 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8,735 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายเพียงเล็กน้อย 299 ล้านบาท สถาบันทิ้งหนักที่สุด 2,481 ล้านบาท ตามด้วยพอร์ต บล.จำนวน 1,660 ล้านบาท ส่วนรายย่อยเก็บของมากกว่า 4,441 ล้านบาท หลังจากราคาหุ้นตัวใหญ่ๆ รูดลงแรง นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน รับเหมาก่อสร้าง







