
เสียงสะท้อนถึงมหาดไทยโจทย์สำคัญสู่อาเซียน
ในบรรดา 19 กระทรวงและ 1 สำนักเทียบเท่ากระทรวงของไทย มีเพียงไม่กี่กระทรวงเท่านั้นที่มีหน่วยงานคอยให้บริการประชาชนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ในบรรดา 19 กระทรวงและ 1 สำนักเทียบเท่ากระทรวงของไทย มีเพียงไม่กี่กระทรวงเท่านั้นที่มีหน่วยงานคอยให้บริการประชาชนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือ “กระทรวงมหาดไทย” หรือ “มท.”
เพื่อให้พร้อมยกระดับหน่วยงานทุกพื้นที่สู่ประชาคมอาเซียน มท.ได้จัด “การสัมมนาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” โดยมีวิทยากรทั้งจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนเสาต่างๆ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมสะท้อนแนวคิด
ชินชัย ชี้เจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) วิเคราะห์ว่า มท.และพม.ต้องทำงานบูรณาการเกื้อหนุนกัน เพราะบางครั้งงานที่ต้องรับผิดชอบมีการคาบเกี่ยวกันอยู่ เช่น เรื่องขจัดความยากจนที่ มท.รับผิดชอบและด้านสวัสดิการสังคมที่ พม.ต้องดูแล
โดยเรื่องสวัสดิการสังคม ก็มีส่วนสำคัญในการขจัดความยากจน ที่ผ่านมา ไทยใช้วิธีแก้ความยากจนโดยมุ่งเน้นการสร้างอาชีพในชุมชน ให้คนจนเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว แต่ในสถานการณ์จริงมีคนตั้งตัวได้กี่คนจากแนวทางดังกล่าว และเมื่อชุมชนเข้มแข็งขึ้นแล้ว ชุมชนได้กลับมาดูแลคนจนหรือไม่
ทั้งนี้ ในประเทศพัฒนาแล้ว มีการให้เงินสวัสดิการแก่ครอบครัวที่มีเด็ก ขณะเดียวกัน ยูนิเซฟมีงานวิจัยพิสูจน์ว่าการให้เงินครอบครัวที่มีเด็ก ช่วยให้เด็กมีโอกาสเข้าโรงเรียนมากขึ้น ถูกใช้เป็นแรงงานน้อยลง ดังนั้น มท.และพม.อาจต้องมาช่วยกันคิดว่าหลังปี 2558 อยากให้คนอาเซียนเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรให้คนไทยและคนอาเซียน 600 ล้านคน มีหลักประกันในชีวิต
ขณะที่ อรุณี พูลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เล่าว่า ยังมีข้าราชการในพื้นที่จำนวนมากที่ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาคมอาเซียน คนในหน่วยงานของ มท.และกระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่หลักในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน แต่ขณะนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเสียเอง มท.จึงต้องเร่งพัฒนาความรู้ความเข้าใจให้คนในหน่วยงานทุกระดับ
นอกจากนี้ หน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ มท.ในยุคอาเซียน คือการสร้างความสัมพันธ์บริเวณชายแดนให้ดี
ส่วน สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ยังไม่เห็น 2 ประเด็นจากทาง มท. 1.ยังไม่เห็นพื้นที่ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมเสนอแนวคิดหรือร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนใน มท. 2.ยังไม่เห็นแนวทางการเยียวยาผลกระทบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน
นอกจากนี้ เมื่อมาอ่านสรุปงานของ มท.พบว่าที่ผ่านมาดำเนินการแต่เรื่องการเตรียมตัวภายในองค์กรเป็นหลัก มท.ต้องเร่งก้าวให้พ้นจากการเตรียมตัว แล้วไปให้ถึงภารกิจของตัวเองจริงๆ เพราะ มท.มีทั้งภารกิจหลักของอาเซียนในการพัฒนาชนบท ขจัดความยากจน และป้องกันรับมือภัยพิบัติ และมีภารกิจรองในการสนับสนุนหน่วยงานในทุกเสาของประชาคมอาเซียนด้วย
ด้าน ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท รองประธานกรรมการด้านธุรกิจบริการและนโยบายการลงทุน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า งานหลักของ มท.โดยปกติ คือการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน ดังนั้น งานทั้งหมดจึงเกี่ยวข้องกับ “คน” โดยตรง มท.จึงมีหน้าที่แปลสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนลงไปในระดับพื้นที่ ผู้นำในอำเภอ ผู้นำในจังหวัดจะต้องรับบทบาทสำคัญ
ทั้งนี้ ผู้บริหารของ มท.จะต้องคิดเชิงรุก โดยคำนึงถึงสถานการณ์ความเป็นจริง บางครั้งถ้าสั่งอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงอัตรากำลังคนของตัวเองในแต่ละพื้นที่ งานย่อมไม่เดินหน้า ในฐานะภาคเอกชน คิดว่ากระทรวงมหาดไทยไม่จำเป็นต้องเอาคนของตัวเองลงไปทำงาน แต่ต้อง “รู้จักใช้” คนในท้องถิ่นให้เป็น ฝึกการเป็นผู้นำทางความคิด การปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนให้คนในพื้นที่
คมกฤช จองบุญวัฒนา นักการทูตชำนาญการ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า แผนงานในเสาต่างๆ ของอาเซียนล้วนเป็นแค่เอกสาร มีเพียงหลักดำเนินการกว้างๆ แต่การปฏิบัติจริงไม่ใช่แค่นั้น หน่วยงานใน มท.ต้องจินตนาการต่อยอดไปเองด้วยว่าในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบจะมีอะไรเกิดขึ้นจากประชาคมอาเซียนบ้าง







