
กรณ์-ชัชชาติชกนอกสภา"2ล้านล้าน"
มวยถูกคู่! "กรณ์" โพสต์เฟซบุ๊กโต้ "ชัชชาติ" คลี่ปมพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ระบุ รัฐบาลอย่ากลัวการตรวจสอบ
มวยถูกคู่! "กรณ์" โพสต์เฟซบุ๊กโต้ "ชัชชาติ" คลี่ปมพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ระบุ รัฐบาลอย่ากลัวการตรวจสอบ
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Korn Chatikavanij วานนี้ (19 ก.ย.) ว่า จากการที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม ได้ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่ผมได้อภิปราย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน วาระ2 เมื่อเที่ยงวันนี้ในสภา ผมขอชี้แจงเป็นข้อๆ ให้หายข้องใจ และเป็นที่เข้าใจตรงกันตามนี้ครับ
รมว.ชัชชาติ ชี้แจงถึง...เหตุผลที่ พ.ร.บ. สร้างอนาคตไทย 2020 ต้องเป็น "พ.ร.บ." ไม่ใช่ "งบประมาณประจำปี"
ผมจะชี้แจงถึง.. เหตุผลที่ พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ต้องเป็น "พ.ร.บ." พิเศษกู้นอกระบบ แต่ให้กลับมาใช้ในระบบงบประมาณ
ชัชชาติ-การออกเป็น พ.ร.บ. ทำให้การลงทุนมีความต่อเนื่อง เมื่อ พ.ร.บ. ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว จะรับประกันได้ว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลนับจากนี้ไปต้องทำตามแผนสร้างอนาคตที่ได้วางไว้จนแล้วเสร็จ จะไม่ถูกล้มเลิกเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาล อนาคตของไทยก็จะไม่สะดุดเหมือนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ผ่านมา
กรณ์- เมื่อ พ.ร.บ.ผ่านสภา ผูกมัดทุกรัฐบาล จริงหรือไม่ !?
พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็น พ.ร.บ."กู้เงิน" เป็นกฎหมายทางการเงิน บอกว่าให้กระทรวงการคลังไปกู้ "ไม่เกิน 2 ล้านล้าน" ไม่ใช่ กฎหมายทางการคมนาคมว่ามีข้อบังคับให้สร้างอะไรบ้าง ไม่ได้ผูกมัดในตัวโครงการแต่อย่างใด ดังนั้น รัฐบาลในอนาคต ถ้ากู้ไม่ถึง 2 ล้านล้านก็ไม่ผิด พ.ร.บ.
ถ้าเราจะรับประกันได้ว่า รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องยืนยันทุกโครงการในแผนนี้ ก็ต้องเอาโครงการเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย ซึ่งกลับกลายเป็นว่าเมื่อฝ่ายค้าน เสนอให้กระทำเช่นนี้ รัฐบาลกลับไม่ยอม ดังนั้นจนถึงวันนี้โครงการต่างๆ ไม่ได้มีการผูกมัดโดยกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใดเลย
ชัชชาติ- เมื่อ พ.ร.บ. ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา จะทำให้รัฐบาลสามารถวางแผนพัฒนาและแผนการคลังระยะยาว เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าของประเทศให้สอดคล้องกับแผนโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเต็มที่ สร้างประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดต้นทุนการลงทุนซึ่งมาจากภาษีของประชาชนให้คุ้มค่าที่สุด
กรณ์- แผนการคลัง สามารถทำได้ตามปกติในระบบงบประมาณอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับว่า จะมี พ.ร.บ.เงินกู้หรือไม่
ชัชชาติ- พ.ร.บ. สร้างอนาคตไทย 2020 จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชนทั้งไทยและนักลงทุนจากทั่วโลก ให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนการพัฒนาคู่ขนานไปพร้อมกับภาครัฐ
กรณ์- ไม่ขอแสดงความเห็นแทนภาคเอกชนไทย และนักลงทุนจากทั้งโลก แต่ผมเชื่อว่าความมั่นใจจากทุกฝ่ายจะสูญหายไปแน่นอน ถ้าปรากฎว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ชัชชาติ- การหาทุนเพื่อดำเนินโครงการสร้างอนาคตไทย 2020 นั้นจะรัดกุม ตรวจสอบได้ง่ายและละเอียดยิ่งกว่าการใช้เงินทุนจากงบประมาณประจำปีตามปกติ เนื่องจากการแยกเป็นพระราชบัญญัติออกมาต่างหาก ทำให้ต้องนำมาผ่านการพิจารณาของรัฐสภาถึงสามวาระ เป็นที่จับตามองขององค์กรอิสระและประชาชน ท่าน ส.ส. ผ่านคณะกรรมาธิการพิเศษของสภาผู้แทนราษฎร สามารถแปรญัตติได้ทุกมาตรา ต่างจากการดำเนินการเป็น พ.ร.ก. หรือดำเนินการผ่านงบประมาณประจำปี
กรณ์- ต้องขอเรียนว่า ที่รมว.ชัชชาติ พูดในข้อนี้ 'ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง' อ้างว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน รัดกุม เมื่อเทียบกับพ.ร.บ.งบประมาณ เพราะผ่านสภา 3 วาระนั้น ท่านไม่ทราบหรือครับว่า พ.ร.บ.งบประมาณทุกฉบับต้องผ่าน 3 วาระเช่นเดียวกัน แต่ความแตกต่างคือ รายละเอียดข้อมูลโครงการต้องพร้อมมากกว่า โดยมีกฎหมายสูงสุดคือ รัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยการเงินการคลังและงบประมาณมาตรา 167 ยืนยันว่าต้องมีเอกสารประกอบเป็นส่วนหนึ่งของพ.ร.บ.งบประมาณซึ่งต้องระบุรายละเอียดของแผนงาน โครงการ ในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน
ในขณะที่ข้อมูลในการจัดทำ พ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้านแทบจะไม่มี และที่สำคัญที่สุด ถ้าผ่านระบบงบประมาณจะมีการตรวจสอบโดยสภาทุกปี ปีละ 3 วาระ ไม่ใช่การอนุมัติเงินล่วงหน้าเป็นนานถึง 7 ปี โดยที่ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือสภาไม่มีโอกาสในการตรวจสอบอย่างละเอียดได้อีกเลย
ชัชชาติ- การใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.บ. สร้างอนาคตไทย 2020 ต้องผ่านการตรวจสอบเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. จัดการหนี้สาธารณะ โดยต้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร ได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ต้องแถลงความคืบหน้าของทุกโครงการให้รัฐสภาทราบทุกปี และรัฐบาลจะจัดให้มีระบบเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่เข้ามาร่วมตรวจสอบกับหน่วยงานภาครัฐด้วย
กรณ์- การแถลงความคืบหน้าให้รัฐสภา เป็นการ "รายงานเพื่อทราบ" ต่างกันมากกับ "การเสนอเพื่อพิจารณา" เหมือนเช่นระบบงบประมาณที่ต้องพิจารณาความโปร่งใส ความคุ้มค่ากันในแต่ละปีอย่างละเอียดดังที่กล่าวย้ำมาแล้ว
ชัชชาติ จบว่า... จะเห็นได้ว่า การดำเนินการตาม พ.ร.บ. สร้างอนาคตไทย 2020 นั้นจะต่อเนื่อง ชัดเจน และโปร่งใส เปิดโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น เป็นการสร้างอนาคตให้พ้นจากความหวาดกลัวที่จะฉุดรั้งเราไว้ และเริ่มก้าวไปข้างหน้าสู่อนาคตประเทศไทยในปี 2020 อย่างแท้จริง
กรณ์- บอกว่า ผมขอย้ำเช่นกันว่า.. ที่อ้างว่า โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน และประชาชนมีส่วนร่วมนั้น ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง รายละเอียดโครงการไม่มีให้ตรวจสอบ เอกชนขอเข้าไปร่วมพิจารณาในชั้นกรรมาธิการในฐานะที่ปรึกษาก็ถูกปฏิเสธ ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นที่ไปรับปากเขาไว้สุดท้ายก็เป็นแค่เครื่องมือฟอกภาพของรัฐมนตรี ส่วนประชาชนไม่เห็นว่ามีส่วนร่วมอะไรได้มากนัก เวทีเสวนาก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ เพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพยายามหลีกเลี่ยงที่จะขึ้นเวทีทุกเวทีพร้อมกับตัวแทนจากฝ่ายค้าน
ผมทราบว่าคุณชัชชาติอยากมีเงินใช้โดยมีเงื่อนไขน้อยที่สุด คุณชัชชาติอาจจะเป็นคนซื่อสัตย์และมีฝืมือหรือไม่อย่างไรผมไม่ทราบ แต่ที่คุณชัชชาติมีวาทกรรมเกี่ยวกับความกลัว บอกว่า "ความกลัวไม่เคยทำให้เราก้าวหน้า ความกลัวเป็นแค่สมมติฐาน แค่จินตนาการ" ...แต่กรณีนี้ ประชาชนกลัวว่า รัฐบาลจะทุจริตคอร์รัปชั่นมหาศาลจากเงิน 2 ล้านล้านซึ่งไม่ใช่จินตนาการ แต่เป็นจากพื้นฐานข้อมูล เบาะแส และพฤติกรรมของข้าราชการและนักการเมือง
จะดีที่สุดคือ คุณชัชชาติ และรัฐบาล ไม่ควรจะต้องกลัวการตรวจสอบ และให้เอาโครงการในพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้านบาท เข้าในระบบงบประมาณ คนไทยมีรถไฟที่สร้างมาอย่างโปร่งใสใช้ จะไม่ดีกว่าหรือครับ
ถ้าท่านยังดื้อ เราได้ชี้ให้เห็นแล้วว่ากระบวนการนี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ คนไทยช้ำมาเยอะแล้ว ต้องเพิ่มความเสี่ยงให้กับโครงการสำคัญนี้ทำไม







