
"อินฟอร์เมชัน เมทริกซ์" ปลดแอกธุรกิจ นสพ.พม่า
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
เป็นที่รู้กันดีว่า พม่า เป็นอีกหนึ่งประเทศที่รัฐบาลควบคุมและปิดกั้นสื่ออย่างชัดเจน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศต้องคลำทางเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยอย่างเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าศัตรูข้างต้นจะฉุดรั้งธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ให้สามารถแข่งขันได้เสมอไป เพราะความพยายามอย่างต่อเนื่องควบคู่กับกลยุทธ์การบริหารที่มีชั้นเชิง ก็สามารถผลักดันให้ธุรกิจสื่อเติบโตได้เช่นกัน
ดังเช่นกรณีของ ตองซูเนียน ผู้อยู่เบื้องหลังบริษัทอินฟอร์เมชัน เมทริกซ์ เจ้าของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ “เซเว่นเดย์ วีกลี” หนึ่งในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในพม่า ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในค่ายธุรกิจสื่อยักษ์ใหญ่ของพม่าได้สำเร็จในที่สุด
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2545 ตองซูเนียน ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาจากต่างประเทศมาหมาดๆ ได้เห็นโอกาสทางธุรกิจของความต้องการเสพข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้นของคนในประเทศ เจ้าตัวจึงนำเงินเก็บบวกกับหยิบยืมจากคนใกล้ชิด ซึ่งหนีไม่พ้น วิน ออง ผู้เป็นพ่อ ที่เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของพม่าที่ล่วงลับรวม 5,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.55 แสนบาท) จัดตั้งบริษัทสิ่งพิมพ์เล็กๆ ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทุกฝีก้าว
“นับตั้งแต่ที่ผมก่อตั้งบริษัท แม้แต่คำว่า ‘อินเทอร์เน็ต’ ยังถูกเซ็นเซอร์ สื่อทุกแขนงไม่สามารถตีพิมพ์บทความที่มีคำว่า อินเทอร์เน็ต อยู่ได้เลย เราจึงเลือกใช้คำอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงกันอย่าง ‘เว็บไซต์’ ‘ออนไลน์’ หรือ ‘อีคอมเมิร์ซ’ แทน” ซูเนียน กล่าว
ด้วยเหตุนี้ หนุ่มนักธุรกิจชาวพม่าจึงตัดสินใจเปิดตัวสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาทั่วไปภายใต้ขอบเขตที่รัฐบาลทหารกำหนดก่อน เช่น นิตยสารด้านเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และดาราเซเลบริตี
ไม่น่าเชื่อว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลดีต่อธุรกิจของซูเนียนในระยะยาว เนื่องจากส่งผลให้ธุรกิจมีรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งในเชิงฐานลูกค้าและรายได้
เพราะแม้ว่าหลังจากนั้นบริษัทจะประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ภายหลังจากเปิดตัวหนังสือพิมพ์รายวัน “เซเว่นเดย์ เดลี” ทันทีที่รัฐบาลพม่าเปิดทางให้มีการขอใบอนุญาตตีพิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันเป็นครั้งแรก
เพราะอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของการดำเนินธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ในพม่า ก็คือปัญหาด้านการขนส่ง เนื่องจากพม่ายังคงขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้บางพื้นที่เข้าถึงได้ยาก และที่สำคัญความต้องการซื้อของประชาชนยังไม่สูงมาก เนื่องจากไม่มีกำลังซื้อ
ปัญหาดังกล่าวทำให้สื่อหนังสือพิมพ์รายวันแต่ละสำนักต้องรับภาระขาดทุนอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่อินฟอร์เมชัน เมทริกซ์ ที่ต้องรับภาระขาดทุนสูงถึง5 ล้านจ๊าด (ราว 3.2 แสนบาท) ต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ตองซูเนียนไม่ได้มองว่าเม็ดเงินที่สูญเสียไปนั้นเป็นยอดขาดทุน ทว่าเจ้าตัวกลับมองว่าเป็น “การลงทุน” ที่จำเป็นต่อการขยายรากฐานหนังสือพิมพ์รายวันให้เติบโตไปมากกว่า และเจ้าตัวยังมีรายได้จากสื่อสิ่งพิมพ์ในเครือรูปแบบอื่นมาชดเชยอยู่แล้ว
นอกจากนี้ แม้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันกำลังอยู่ในภาวะอันตราย ภายหลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์แพร่หลายอย่างรวดเร็ว
ทว่า สำหรับตองซูเนียนมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะยังไม่กระทบต่ออนาคตสื่อสิ่งพิมพ์ในพม่ามากนัก เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์การสื่อสาร และกระแสไฟฟ้าในพม่า ยังต้องพัฒนาอีกมาก ทำให้การรับสื่อของคนพม่ายังคงเป็นแบบดั้งเดิมต่อไปอย่างน้อยในอีก 23 ปีข้างหน้านี้
อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจผู้นี้ก็ไม่นิ่งนอนใจ พร้อมย้ำว่า เจ้าตัวมองหากลยุทธ์ทั้งการนำเสนอและแนวทางการตลาดให้แตกต่างได้ เพื่อโลดแล่นในโลกของธุรกิจสื่อในยุคดิจิตอลใบนี้ได้ต่อไป
“สุดท้ายแล้ว เราเป็นองค์กรข่าว ไม่ใช่องค์กรผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องพร้อมเปลี่ยนเพื่อก้าวไปพร้อมๆ กับผู้บริโภคอยู่แล้ว”







