
"สิงคโปร์" ตลาดกำลังซื้อสูงโอกาสสินค้าอาหาร-แฟชั่นไทย
สิงคโปร์ในฐานะประเทศคู่ค้าอันดับที่ 7 ในภูมิภาคอาเซียนของไทย โดยปี 2555 ที่ผ่านมามีมูลค่าทางการค้าอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
สิงคโปร์ในฐานะประเทศคู่ค้าอันดับที่ 7 ในภูมิภาคอาเซียนของไทย โดยปี 2555 ที่ผ่านมามีมูลค่าทางการค้าอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการขยายตลาดของเจ้าของสินค้า บริการจากไทยเช่นกัน ด้วยประเทศดังกล่าวถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงที่อยู่ในระดับพรีเมียม
บุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศกรุงสิงคโปร์ (สิงคโปร์) กล่าวว่า ประเทศสิงคโปร์แม้ว่าจะเป็นประเทศเกาะเล็กๆมีจำนวนประชากรราว 5.6 ล้านคน แต่ก็มีศักยภาพกำลังซื้อสูง จากการเป็นประเทศที่มีความชำนาญด้านเทรดเดอร์ การค้าการขาย ด้วยจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ประเทศ ที่เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การขนส่งและกระจายสินค้าในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้ เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลงไป แต่กำลังซื้อในประเทศนี้ไม่ได้ลดลงไปมากนัก ด้วยเป็นตลาดที่ต้องพึ่งพิงสินค้าบริการจากต่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่มูลค่าทางการค้าการส่งออกจากไทยในเดือน ม.ค.มิ.ย.ที่ผ่านมา เทียบปี 2555 ลดลงไปราว 0.8% ส่วนหนึ่งจากภาวการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในสหรัฐที่เพิ่งฟื้นตัวเมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมาทำให้กระทบภาคการส่งออกไทยไปบางส่วนจากตลาดระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกัน
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าสถานการณ์การส่งออกไทยสิงคโปร์จะมีแนวโน้มดีขึ้น จากคำสั่งซื้อในประเทศสหรัฐที่เริ่มฟื้นคืนกลับมา ทำให้ภาคการค้าธุรกิจค้าปลีกในภาพรวมมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น ส่งผลดีกับเจ้าของสินค้าบริการจากไทย เห็นได้จากเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมาที่มีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ในซีกโลกตะวันตกจากความไม่สงบทางการเมืองในซีเรียเกิดขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการข้ามการค้าระหว่างประเทศมายังตลาดในเอเชียมากขึ้น จากเดิมที่มีตลาดหลักในสหรัฐและยุโรป
สำหรับสินค้าอันดับต้นๆ ที่เข้าไปทำตลาดในสิงคโปร์ อาทิ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องจักร ชิ้นส่วนสินค้าด้านเทคโนโลยี และพลังงานน้ำมัน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสของธุรกิจสินค้าบริการใหม่ๆ อย่างกลุ่มอาหารสำเร็จรูปประเภทต่างๆ อาทิ อาหารพร้อมทาน (เรดดี ทู อีต) หรืออาหารพร้อมปรุง (เรดดี ทู คุก) ประเภทต่างๆ ด้วยสิงคโปร์เป็นตลาดนานาชาติ (มัลติเนชั่นแนล) มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และค่อนข้างเปิดรับการบริโภคจากต่างประเทศ ที่ส่วนหนึ่งขาดแคลนวัตถุดิบสินค้าทางการเกษตรเพื่อนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้พอเพียงกับคนในประเทศ
“เจ้าของสินค้าไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่สนใจเข้าตลาดสิงคโปร์ จำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมการบริโภคว่ามีรสนิยมการทานอาหารรสชาติแบบใด มีการพัฒนาแพ็กเกจจิงให้น่าสนใจ ที่สำคัญมีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล” บุณิกา กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบการค้าอาเซียนต่างๆ มาเป็นเครื่องมือประกอบกันด้วย หรือการนำเทรนด์ด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ ที่ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์กำลังปรับไปสู่ความเป็นเมืองอุทยาน หรือ กรีน ซิตี ซึ่งมองว่าสินค้าประเภทอินโนเวชัน นวัตกรรมประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล ก็น่ามีโอกาสในตลาดประเทศนี้
นอกจากนี้ แฟชั่นเครื่องแต่งกายจากไทย ก็นับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจที่จะเข้าไปทำตลาดในสิงคโปร์ โดยเฉพาะสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายในเวทีระดับสากล ด้วยประเทศดังกล่าวในปัจจุบันค่อนข้างให้การยอมรับสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าจากไทย ทั้งในรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง แต่ทั้งนี้จะต้องมีมาตรฐานสากล อาทิ อียู สแตนดาร์ด มาใช้ร่วมกัน
“เจ้าของแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายจากไทยเอง ควรสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า จากปัจจุบันตลาดแฟชั่นเปิดกว้างมากกว่าแต่ก่อน ทำให้มีแฟชั่นแบรนด์เนมจากต่างประเทศอื่นๆ จองคิวเข้าไปทำตลาดก่อนหน้านี้แล้ว เพราะถ้าหากแบรนด์แฟชั่นไทยเข้าตลาดสิงคโปร์ได้แล้ว ก็เชื่อว่าจะไม่ยากต่อการทำตลาดในเวทีการค้าระดับโลกต่อไปในอนาคต” บุณิกา กล่าวทิ้งท้าย







