
เศรษฐกิจไทยต่ำเตี้ย
กสิกรไทยพาณิชย์ลดจีดีพีเหลือ3.4-3.7%ส่งออกทั้งปีขยายตัว1.5%แม้เริ่มฟื้นตัว
กสิกรไทยพาณิชย์ลดจีดีพีเหลือ3.4-3.7%ส่งออกทั้งปีขยายตัว1.5%แม้เริ่มฟื้นตัว
กสิกรไทยพาณิชย์ปรับลดจีดีพีในปีนี้ลงอีกระลอกเหลือ 3.43.7% แม้ไทยพ้นภาวะถดถอย
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.7% ภายใต้กรอบ 3.54% เป็นการปรับลดครั้งที่ 3 ของปี จากก่อนหน้าที่ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงมาจาก 5% เหลือ 4.8% และปรับลดเหลือ 4%
ขณะเดียวกันยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การส่งออกของไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1.5% จากเดิมที่คาดว่าขยายตัวได้ 4%
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า การปรับลดตัวเลขจีดีพีในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังมีปัญหา แต่เป็นการปรับตัวเลขให้สะท้อนภาพความเป็นจริง เพราะการใช้จ่ายของภาคเอกชนยังคงชะลอตัว การผลิตของภาคอุตสาหกรรมยังต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักระยะ
“จริงๆ แล้วเรามองว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้ได้พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ตัวเลขการเติบโตเทียบรายไตรมาสจะไม่ติดลบอีก เรียกได้ว่า เราหลุดจากภาวะการถดถอยเชิงเทคนิค นอกจากนี้ภาคการส่งออกในช่วงท้ายปีน่าจะได้อานิสงส์จากสัญญาณบวกในเศรษฐกิจโลก แต่ผลบวกจากการส่งออกคงจะเริ่มเห็นชัดเจนในปีหน้ามากกว่า จึงเชื่อว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 4.5% ส่งออกจะเติบโตได้ 7%” น.ส.กาญจนา กล่าว
น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้จัดการฝ่ายวิจัยการเงินการธนาคาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ธุรกิจไทยที่จะคาดว่าจะได้รับประโยชน์ค่อนข้างมากจากการฟื้นตัวของกลุ่มตลาดหลัก คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์ อุตสาหกรรม อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนการพึ่งพาตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐ อียู และญี่ปุ่นอยู่สูง
อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นนี้ยังมีปัจจัยที่ไทยต้องติดตามคือการทยอยลดขนาดวงเงินซื้อสินทรัพย์ต่อเดือนภายใต้มาตรการคิวอีของธนาคารสหรัฐ ที่คาดว่าในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ จะมีการลดเงินซื้อสินทรัพย์ต่อเดือนลงจาก 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจมีผลให้ค่าเงินบาท มีการเคลื่อนไหวผันผวน
ขณะเดียวกันยังอาจทำให้ค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคเอเชียที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจอ่อนแอ เช่น อินโดนีเซียหรืออินเดียอ่อนค่ารุนแรงลงไปอีก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าห่วงเพราะภูมิภาคเอเชียเป็นตลาดที่นำเข้าสินค้าไทยอยู่สูง หากค่าเงินของประเทศเหล่านี้อ่อนลงไปมากก็จะกระทบต่อกำลังซื้อ
ด้าน น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หากมีความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 จะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี
น.ส.สุทธาภา กล่าวว่า ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 3.4% โดยได้รวมประเด็นคาดการณ์การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเข้าไปแล้ว หลังจากนี้ต้องดูว่าการลงทุนของภาคเอกชนจะสามารถเข้ามาเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือได้หรือไม่
สำหรับตัวเลขการส่งออกของไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ 1.5% จากช่วง 7 เดือนแรกการส่งออกเติบโต 0.6% โดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งแรก จากการอ่อนตัวของค่าเงินบาท และปริมาณการสั่งซื้อจากต่างประเทศที่จะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 n







