posttoday
ปตท.สผ.ชูพม่า-โมซัมบิกแหล่งพลังงานสำรองไทย

ปตท.สผ.ชูพม่า-โมซัมบิกแหล่งพลังงานสำรองไทย

16 กันยายน 2556

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท ผลิตและสำรวจปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) มีโอกาสออกไปลงทุนในต่างประเทศ

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท ผลิตและสำรวจปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) มีโอกาสออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อแสวงหาแหล่งพลังงานสำรองให้กับประเทศไทย และขณะนี้ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งโมซัมบิกและพม่า

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.สผ. มีแผนงานในระยะ 5 ปี (2556-2560) ให้ความสำคัญกับการลงทุนผลิตและสำรวจปิโตรเลียม ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ 6 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ภายในปี 2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ 33.1 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

ด้านการลงทุนในต่างประเทศ ขณะนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในสาธารณรัฐโมซัมบิก หลังจากได้เข้าไปถือหุ้น 8.5% ในโครงการโรวูมา ออฟซอร์ แอเรีย วัน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ มีปริมาณสำรอง 60 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) เมื่อเทียบกับไทยมีสำรองก๊าซฯ ในอ่าวไทย 10 ล้าน ลบ.ฟุต เท่านั้น

ทั้งนี้ โมซัมบิกถือเป็นประเทศที่มีสำรองก๊าซฯ ในปริมาณที่สูงรวมประมาณ 100 ล้าน ลบ.ฟุต รองจากประเทศกาตาร์ที่มีสำรองอยู่ 200 ล้าน ลบ.ฟุต ซึ่งถือมีว่าปริมาณสำรองในระดับที่สูงและอนาคตจะกลายเป็นแหล่งพัฒนาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่สำคัญของโลก สอดคล้องกับความต้องการของไทยที่ต้องการหาแหล่งแอลเอ็นจีรองรับการใช้ในอนาคต ดังนั้น หาก ปตท.สผ.สามารถเข้าไปเป็นเจ้าของแหล่งแอลพีจีต้นทางและเข้าในพื้นที่ที่มีการพัฒนาเริ่มต้นได้ จะอยู่ในจุดที่ดีสามารถสนับสนุนการจัดหาแอลเอ็นจีในระยะยาวให้กับไทยได้

นอกจากนั้น การร่วมทุนในโครงการโมซัมบิกทำให้บริษัทได้เรียนรู้การผลิตและสำรวจปิโตรเลียมประเภทน้ำลึก เนื่องจากพื้นที่ในทะเลมีความลึกถึง 1,000 กม. ซึ่งสามารถนำกลับมาพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่อื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศได้ และมองว่าโมซัมบิกจะกลายเป็นแหล่งผลิตแอลเอ็นจีที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในอีก 10 ปี ข้างหน้า โดย ปตท.สผ.กำลังจะเปิดสำนักงานที่โมซัมบิก ขณะที่รัฐบาลไทยก็กำลังจะตั้งสถานทูตที่นั่นด้วย โดยรัฐบาลไทยมองว่าโมซัมบิกจะเป็นเกตเวย์ไปยังประเทศอื่นได้

ทั้งนี้ ปตท.สผ.หวังจะใช้โมซัมบิกปูพื้นฐานการเติบโตของบริษัทในอนาคตและเป็นฐานในการจัดส่งแอลเอ็นจีให้กับไทย รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากหาแหล่งพลังงานแล้ว ปตท.สผ.จะเข้าไป ช่วยพัฒนาด้วย คล้ายกับรูปแบบที่ทำกับการลงทุน ในพม่าที่ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจกว่า 23 ปีแล้ว และ ถือเป็นโมเดลการลงทุนในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จที่สุด

สำหรับการลงทุนของ ปตท.สผ.ในพม่า ปัจจุบันมีหลายโครงการ อาทิ แหล่งก๊าซฯ ยาดานาเยตากุน กำลังการผลิต 1,100 ล้าน ลบ.ฟุต และมีการสำรวจอีกหลายโครงการ เช่น แหล่งเอ็ม 3 เอ็ม 9 เอ็ม 4 เอ็ม 11 เอ็มดี 7 เอ็มดี 8 ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับสัมปทานผ่านกระบวนการเจรจา เนื่องจากเป็นการเข้าไปลงทุนในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีนักลงทุนจากชาติตะวันตกสนใจเข้าไปสำรวจ ยกเว้นแปลงบนบกที่ต้องประมูล จึงยืนยันว่าการได้มาซึ่งสัมปทานในพม่าทำอย่างถูกต้องและโปร่งใสทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ พม่าถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของ ปตท.สผ. ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งในระยะยาวโมซัมบิกก็จะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของ ปตท.สผ. เช่นกัน ทั้งหมดนี้เพื่อแสวงหาแหล่งสำรองพลังงานและสร้างความมั่นคงให้กับไทย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ