
ความสัมพันธ์ กับพฤติกรรมทางการเงิน
เย็นวันหนึ่ง จอร์จ วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้านแล้วร้องเรียก ซาร่า ภรรยาของเขาว่า “ที่รัก! ออกมาดูอะไรนี่เร็ว ผมเพิ่งซื้อเครื่องเล่นดีวีดีเครื่องใหม่มา”
เย็นวันหนึ่ง จอร์จ วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้านแล้วร้องเรียก ซาร่า ภรรยาของเขาว่า “ที่รัก! ออกมาดูอะไรนี่เร็ว ผมเพิ่งซื้อเครื่องเล่นดีวีดีเครื่องใหม่มา” เมื่อได้ยินเสียงเรียกอย่างกระตือรือร้นของสามี ซาร่าก็เดินออกมาจากห้องครัว
ในขณะที่จอร์จกำลังตื่นเต้นและสาละวนอยู่กับการแกะกล่องเครื่องเล่นดีวีดีเครื่องใหม่อยู่นั้น แทนที่ซาร่าจะตื่นเต้นไปกับเขา ซาร่ากลับโกรธ พร้อมกับบอกกับจอร์จว่า “นี่เราไม่มีเงินที่จะไปซื้อเครื่องเล่นดีวีดีหรอกนะ”
“มีสิ ก็เงินโบนัสไง ปีนี้บริษัทสัญญาว่าจะให้โบนัส 1 เดือน และที่สำคัญเครื่องเล่นดีวีดีนี่กำลังลดราคาอยู่ด้วยนะ ผมอยากได้มาตั้งนานแล้ว พอเห็นปุ๊บ ผมก็ตัดสินใจซื้อทันทีเลย” จอร์จพูดกับซาร่า โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากเครื่องเล่นดีวีดีเลยสักนิด
นั่นยิ่งทำให้ซาร่าโกรธมากขึ้นไปอีก “แล้วที่เราคุยกันว่าจะเอาเงินโบนัสไปดาวน์บ้านใหม่ล่ะ คุณลืมไปแล้วหรือไง”
“ผมบอกไปแล้วนี่นาว่าเราไม่มีทางเก็บเงินได้มากพอที่จะไปดาวน์บ้านหลังนั้นได้อยู่แล้ว เราก็น่าจะเอาเงินมาซื้อความสุขของเราจะดีกว่า คิดดูสิ เราจะมีความสุขแค่ไหนที่ได้นั่งดูหนังด้วยกัน”
มาถึงตอนนี้ซาร่าโกรธถึงขีดสุด และตะโกนใส่หน้าจอร์จว่า “ทำไมคุณถึงได้เห็นแก่ตัวแบบนี้” พอได้ยินแบบนี้ จอร์จก็ตะโกนโต้ตอบไปว่า “ผมเนี่ยนะเห็นแก่ตัว ผมซื้อเครื่องเล่นดีวีดีมาเพื่อครอบครัวเรานะ ทำไมคุณถึงได้ขี้เหนียวขนาดนี้”
เราคงเดาเหตุการณ์หลังจากนี้ได้ไม่ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างจอร์จกับซาร่า และนี่อาจจะเป็นเหตุการณ์สมมติที่กำลังเกิดขึ้นจริงในครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งก็ได้ เพียงแต่มันอาจจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เครื่องเล่นดีวีดี
สตีเฟ่น เอฟ. ดันแคน อาจารย์ใน School of Family Life ที่ Brigham Young University เขียนไว้ในเว็บไซต์ foreverfamilies.byu.edu ว่า การจัดการการเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ “ความสัมพันธ์” และชีวิตแต่งงานที่มีความสุข
“เงินสามารถเติมเต็ม หรือทำลายชีวิตสมรสของคุณได้ และสามารถนำไปสู่ความไม่เชื่อใจ ความเห็นแก่ตัว ความไม่ซื่อสัตย์ และไปจนถึงการหย่าร้าง ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าสาเหตุของปัญหาทางการเงินของครอบครัว ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการทางการเงิน ปัญหาด้านพฤติกรรม และปัญหาด้านความสัมพันธ์”
ดังนั้น ความอยู่รอดของครอบครัวจึงขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเงิน และพฤติกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกัน
nnพฤติกรรมทางการเงิน
แม้ว่าปัญหาทางการเงินบางอย่างจะเกิดจากความไม่รู้และไม่เข้าใจเรื่องการจัดการเงินส่วนบุคคล ทำให้มีการตัดสินใจทางการเงินที่ผิดพลาด แต่ ดันแคน ระบุว่า งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักมาจากสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงิน เช่น
มีแรงกระตุ้นให้ซื้อ
วัตถุนิยมมากเกินไป
ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ทางสังคมอย่างมาก
ใช้เงินเพื่อควบคุมคนอื่น
พฤติกรรมเสพติด
ดันแคน บอกว่า “มีหลายปัจจัยที่ผลักดันพฤติกรรมทางการเงิน รวมทั้งอารมณ์ บุคลิกภาพ และทัศนคติที่เรามีต่อเงิน”
เพราะเงินมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอารมณ์ของเรา เช่น เราอาจจะใช้เงินเพื่อควบคุมคนอื่น หรือบางทีเมื่อคู่สมรสของเราทำผิด เราก็อาจจะได้รับของขวัญเป็นการไถ่โทษ หรือเราอาจจะออกไปช็อปกระจายเพียงเพื่อบรรเทาความเศร้าหรือความเหงา
ในขณะเดียวกัน บุคลิกของเรายังมีผลต่อพฤติกรรมทางการเงินของเราอีกด้วย เช่น ภรรยาที่มีนิสัยช่างวิตกกังวล ก็อาจจะให้ความสำคัญกับการประหยัดอดออมเพื่ออนาคต ตรงกันข้ามกับสามีที่ชอบออกคำสั่งและมีอำนาจเหนือคนอื่น ก็อาจจะจ่ายเงินให้กับทุกอย่างที่เขาคิดว่า “มันคือสิ่งจำเป็น”
นอกจากนี้ พฤติกรรมทางการเงินของเรายังได้รับอิทธิพลมาจากทัศนคติที่เรามีต่อเงิน ซึ่งมักจะถูกกำหนด หรือเรียนรู้มาตั้งแต่เรายังเด็ก โดยที่เงินเป็น “สัญลักษณ์ของความรู้สึก” เช่น การถูกควบคุม ความกลัว ความรู้สึกผิด หรือการถูกละเลย
ดันแคน บอกว่า คุณอาจจะหลีกเลี่ยงที่จะคุยเรื่องเงินกับคู่สมรส เพราะมีประสบการณ์แย่ๆ ในวัยเด็กจากการที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องเงินบ่อยๆ หรือคู่สมรสของคุณอาจจะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยจึงไม่เข้าใจถึงความจำเป็นในการบันทึกรายรับรายจ่าย และการทำงบประมาณรายจ่ายในแต่ละเดือน หรือคุณคิดว่าคุณจำเป็นต้องมีรถคันใหม่ที่ใหญ่กว่าเพื่อนบ้าน ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้สึกดีและมีความมั่นใจ
nnความสัมพันธ์กับการเงิน
นอกจากเราแต่ละคนจะมีพฤติกรรมการเงินที่แตกต่างกันแล้ว “ความสัมพันธ์” ของเรายังมีผลต่อเงินของเราด้วย นักวิจัย ระบุว่า คุณสมบัติของคู่สมรส 4 ข้อต่อไปนี้มีผลต่อความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว ได้แก่
1.การสื่อสาร
คุณทั้งคู่รู้จักทัศนคติทางการเงินของคู่สมรสของคุณ หรือไม่
คุณรู้และเข้าใจเป้าหมายทางการเงินของเขาหรือเธอ หรือไม่
คุณได้หารือกันก่อนที่จะซื้อของชิ้นใหญ่ๆ หรือไม่
คุณได้ปรึกษากับคู่สมรสของคุณเกี่ยวกับการใช้เงินพิเศษ เช่น โบนัส หรือไม่
2.ความเข้าใจ
คุณเข้าใจความรู้สึกของคู่สมรสของคุณที่มีต่อเงิน หรือไม่
คุณเข้าใจหรือไม่ว่า ทำไมเงินจึงมีความสำคัญต่อภาวะอารมณ์ของภรรยา
คุณเข้าใจหรือไม่ว่า ทำไมสามีของคุณจึงมีแรงผลักดันที่จะเก็บเงินไว้ในยามฉุกเฉิน นั่นอาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ร้ายในวัยเด็กของเขาก็ได้
3.การเคารพซึ่งกันและกัน
คุณใช้เงินเป็นเครื่องมือในการควบคุมคู่สมรสของคุณ หรือไม่
คุณออกไปช็อปปิ้งแบบสุดเหวี่ยงเพราะคุณโกรธสามี โดยไม่สนใจว่าเงินนั้นจะต้องเก็บไว้สำหรับใช้จ่ายในครอบครัว หรือไม่
คุณเคารพความต้องการทางการเงินของคู่สมรสของคุณ หรือไม่
คุณได้คิดถึงความรู้สึกของคู่สมรสของคุณก่อนที่จะตัดสินใจทางการเงิน หรือไม่
4.ความไว้ใจและความรัก
คุณเปิดเผยรายได้ทุกบาททุกสตางค์ให้คู่สมรสของคุณรู้ หรือไม่ หรือบอกเพียงบางส่วน เพื่อที่จะซ่อนเงินไว้สำหรับใช้จ่ายส่วนตัว หรือเพราะกลัวว่าคู่สมรสจะนำเงินไปใช้จ่าย
ดันแคน บอกว่า วิธีที่จะช่วยให้การจัดการเงินของครอบครัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติทางการเงิน เรียนรู้ที่จะแยกแยะระหว่าง “ความต้องการ” กับ “ความจำเป็น” ด้วยการสื่อสารที่เปิดเผย จริงใจ และซื่อสัตย์ โดยมีการจัดทำแผนการเงินและงบประมาณรายรับรายจ่ายเป็นเครื่องมือ
และที่สำคัญ คือ ทั้งคู่จะต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเงินและความสัมพันธ์ในครอบครัว
nnกำจัดจุดอ่อนของความสัมพันธ์
ดันแคน หยิบยกจุดอ่อนความสัมพันธ์ 6 ประการ พร้อมกับตัวอย่างพฤติกรรม และแนวทางแก้ไข (รายละเอียดตามตาราง) ไม่ว่าจะเป็น...
การสื่อสารขัดข้อง
การควบคุมและจัดการคนอื่น
การกำหนดบทบาทที่ผิดพลาด
ความเห็นแก่ตัว
การดูหมิ่น และ
ไม่ไว้วางใจ
เพราะฉะนั้น หากพบว่าความสัมพันธ์ของเรามี “จุดอ่อน” ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางการเงิน ก็ควรจะเร่งแก้ไข เพื่อทำให้ความสัมพันธ์และการเงินของครอบครัวราบรื่นและสอดคล้องกัน







