
ถอดโมเดลฟาร์มครบวงจรนวัตกรรมของซีพีเอฟ
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) ถือเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเกษตรแบบครบวงจรของไทย ที่ปลูกฝังคำว่า “นวัตกรรม” ไว้ในดีเอ็นเอขององค์กรเพื่อทำให้ธุรกิจเกษตรมีความก้าวหน้าและล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี
“ณรงค์ เจียมใจบรรจง” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในธุรกิจฟาร์มของซีพีเอฟ โดยดูแลธุรกิจครบวงจรภูมิภาคของซีพีเอฟ ครอบคลุมธุรกิจการเลี้ยงไก่เนื้อไก่รุ่นไข่ ไก่ไข่ หมูพันธุ์ และหมูขุน ทำงานกับซีพีเอฟมายาวนานถึง 30 ปี
ดูแลธุรกิจครบวงจรภูมิภาคของซีพีเอฟ ครอบคลุมธุรกิจการเลี้ยงไก่เนื้อไก่รุ่นไข่ ไก่ไข่ หมูพันธุ์ และหมูขุน ทำงานกับซีพีเอฟกว่า 30 ปี เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในธุรกิจฟาร์มของซีพีเอฟ “สิ่งสำคัญที่ทำให้องค์กรพัฒนาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย ส่วนหนึ่งมาจากการใส่คำว่าไอเดียสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้แก่การเกษตรและการผลิต”
ณรงค์ กล่าวว่า นวัตกรรมของซีพีมาจากการมุ่งให้พนักงานในองค์กรและพนักงานที่ดูแลอยู่จำนวน 1,200 คน ให้มีความเข้าใจและมีความรู้ในธุรกิจให้มากที่สุด ซึ่งได้จัดหลักสูตรให้ความรู้เป็นหมวดหมู่รวม 25 หลักสูตร รวบรวมความรู้จากบุคลากรภายนอก ภายในองค์กร และมาจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อเพิ่มความรู้ให้พนักงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จะเกิดการเรียนรู้ทางลัดแบบรวดเร็ว ปัจจุบันค่าเฉลี่ยอายุของพนักงานจะต่ำกว่า 30 ปี
พร้อมกันนี้ได้จัดทำโครงการ RIB (Regional Integration Business) & Innovation Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อผลักดันให้บุคลากรเกิดแรงบันดาลใจสร้างนวัตกรรม ทั้งให้พนักงานผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่มาประกวด ในปีแรกมีพนักงานส่งผลงานเข้าประกวด 56 ผลงาน แต่ในปัจจุบันมากกว่า 50 ผลงาน เป็นผลมาจากการปลูกฝังสังคมนวัตกรรม ปัจจุบันพนักงานมีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเกษตรและการทำฟาร์มอยู่เสมอ
สำหรับนวัตกรรมล่าสุดที่พนักงานคิดค้น คือ เครื่องรั้งสุกร ที่ได้จดสิทธิบัตรแล้ว โดยเป็นเครื่องมือที่ใช้ชั่งน้ำหนักสุกร ทำให้สุกรอยู่นิ่งและชั่งน้ำหนักได้เร็วขึ้น โดยสุกรจำนวน 200 ตัว จะใช้เวลาชั่งน้ำหนักประมาณครึ่งชั่วโมง จากเดิมต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง และเป็นนวัตกรรมที่ชนะเลิศในการประกวดของทั้งองค์กร
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรม ส้วมน้ำในโรงเลี้ยงสุกร ทำให้ใช้พนักงานดูแลเพียง 1 คนต่อ 1 โรงเลี้ยงสุกรที่มีจำนวน 500 ตัว จากเดิมใช้พนักงานมากกว่า 2 คน และมีต้นทุนดูแลสุกรสูงมาก
นวัตกรรมที่คิดค้นทั้งหมดจะถ่ายทอดให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิงจำนวน 4,000 ครัวเรือน มีทั้งเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่รุ่นไข่ ไก่ไข่ หมูพันธุ์ และหมูขุน เพื่อให้พัฒนาการผลิตและการเลี้ยง ขณะเดียวกันเกษตรกรก็พร้อมปรับและเรียนรู้เช่นกัน และบางส่วนของนวัตกรรมที่คิดค้นมาจากเกษตรกรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ
อีกทั้งบริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันการเงิน สนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรที่ทำคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เพราะมั่นใจกับเกษตรกรของบริษัท และที่ผ่านมาไม่มีปัญหาการผิดชำระหนี้ มีเครดิตที่ดี โดยการทำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งของซีพีเอฟ จะประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่งผลดีให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง
ซีพีเอฟยังไม่หยุดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพราะการแข่งขันในอนาคตต้องสู้ด้วยนวัตกรรมเท่านั้น ที่จะเป็นการสร้างความยั่งยืนและส่งผลให้ภาคการเกษตรของไทยมีความแข็งแกร่งมากที่สุด ขณะเดียวกัน ทำให้ซีพีเอฟก้าวเข้าสู่การเป็นครัวโลกตามปณิธานที่ตั้งเป้าหมายไว้
ปัจจุบันซีพีเอฟมุ่งขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 12 ประเทศ เพื่อทำธุรกิจเกษตรแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจอาหาร เพราะช่วยกระจายความเสี่ยงให้แก่ธุรกิจได้เป็นอย่างดี ผสานกับการมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมการเกษตรอย่างลึกซึ้ง
สิ่งที่สำคัญ คือ อยากให้เกษตรกรไทยปรับตัวเอง สนใจหาความรู้นวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้แข่งขันได้มากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ในโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากเกษตรกรไม่แข่งขันและปรับตัวจะอยู่รอดได้ลำบาก
นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 12 ประเทศ การทำเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ที่มีธุรกิจอาหาร จึงช่วยกระจายความเสี่ยงให้แก่ธุรกิจได้เป็นอย่างดี ผสานกับการมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมการเกษตรอย่างลึกซึ้ง
นวัตกรรมล่าสุดที่พนักงานคิดค้นคือ เครื่องรั้งสุกร ที่ได้จดสิทธิบัตรแล้ว โดยเป็นเครื่องมือที่ใช้ชั่งน้ำหนักสุกร ทำให้สุกรอยู่นิ่ง และชั่งน้ำหนักได้เร็วขึ้น โดยสุกรจำนวน 200 ตัว จะใช้เวลาชั่งน้ำหนักประมาณครึ่งชั่วโมง จากเดิมต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง และเป็นนวัตกรรมที่ชนะเลิศในการประกวดของทั้งองค์กร นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรม ส้วมน้ำในโรงเลี้ยงสุกร ทำให้ใช้พนักงานดูแลเพียง 1 คนต่อ 1 โรงเลี้ยงสุกรที่มีจำนวน 500 ตัว จากเดิมใช้พนักงานมากกว่า 2 คน และมีต้นทุนดูแลสุกรสูงมาก
ส่วนเกษตรที่เข้าร่วมทำคอนแทรคฟาร์มมิ่งจำนวน 4,000 ครัวเรือน มีทั้งเลี้ยงไก่เนื้อไก่รุ่นไข่ ไก่ไข่ หมูพันธุ์ และหมูขุน โดยนวัตกรรมที่คิดค้นทั้งหมดจะถ่ายทอดให้กับเกษตร เพื่อให้พัฒนาการผลิตและการเลี้ยง ขณะเดียวกันเกษตรก็พร้อมปรับและเรียนรู้เช่นกัน และบางส่วนของนวัตกรรมที่คิดค้นมาจาก เกษตรกร ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญสูงมาก
อีกทั้งบริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันการเงิน สนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรที่ทำคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เพราะมั่นใจกับเกษตรกรของบริษัท และที่ผ่านมาไม่มีปัญหาการผิดชำระหนี้ มีเครดิตที่ดี โดยการทำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งของซีพีเอฟ จะประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่งผลดีให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง
ที่ผ่านมาปัญหาหลักของเกษตรที่ทำฟาร์มคือ สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้ เพราะธนาคารให้ความเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่อง โรคระบาด ราคา และปัญหาต่างๆ เกษตรกรจึงประสบปัญหาไม่มีเงินทุนมาขยายธุรกิจ
ซีพีเอฟ ยังไม่หยุดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพราะการแข่งขันในอนาคต ต้องสู้ด้วยนวัตกรรมเท่านั้น ที่จะเป็นความยิ่งยืน ส่งผลให้องค์กร เกษตรกรไทย มีความแข็งแกร่งมากที่สุด และทำให้ ซีพีเอฟ ก้าวเข้าสู่การเป็นครัวโลก ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
และสิ่งที่สำคัญคือ อยากให้เกษตรกรไทย ปรับตัวเอง สนใจหาความรู้นวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน จะช่วยให้แข่งขันได้มากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากเกษตรกรไม่แข่งขัน และปรับตัว จะอยู่รอดได้ลำบาก







