posttoday
เอสโฮเทลสยายปีกลุยลงทุนรร.รัชดาฯ-สุขุมวิท

เอสโฮเทลสยายปีกลุยลงทุนรร.รัชดาฯ-สุขุมวิท

13 กันยายน 2556

หนึ่งย่านของกรุงเทพฯ ที่มีโรงแรมตั้งอยู่มาก คือ ถนนสุขุมวิท ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมเครือระดับนานาชาติ (เชน)

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

หนึ่งย่านของกรุงเทพฯ ที่มีโรงแรมตั้งอยู่มาก คือ ถนนสุขุมวิท ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมเครือระดับนานาชาติ (เชน) ทั้งสิ้นที่มายึดหัวหาดในทำเลนี้ แต่ก็มีโรงแรมระดับหรูพันธุ์ไทยแท้ที่สามารถครองใจนักท่องเที่ยวต่างชาติให้หันมาเลือกใช้บริการในระดับสากลได้อยู่เช่นกัน

สรัญ ลิ้มสวัสดิ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรมในเครือเอสโฮเทล เปิดเผยว่า การแข่งขันของโรงแรมย่านสุขุมวิทมีสูง เพราะมีโรงแรมเปิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ทุกรายล้วนเป็นโรงแรมเชน ในช่วงแรกของการเปิดตัวมักมีราคาโปรโมชันออกมา แต่เปิดไปได้ระยะหนึ่งแล้วต้องปรับราคาขึ้นมาปกติ ไม่เช่นนั้นรายได้ก็จะไม่ครอบคลุมต้นทุนที่มี

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่ห่วงการแข่งขันราคา โดยโรงแรมเอส 31 ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกในเครือเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 31 มีจุดแข็งด้านต้นทุนถูกที่สุดเทียบโรงแรมย่านเดียวกัน สามารถวางระดับราคาได้จูงใจ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าราคาถูก แต่บริการที่มีให้คุ้มค่ากับราคาที่นำเสนอ นอกจากนี้ยังเป็นโรงแรมไทยที่มีการออกแบบแปลกใหม่ ไม่เหมือนโรงแรมเชนที่จะมีรูปแบบเหมือนกันทั่วโลก

สำหรับโรงแรมอื่นในเครือเอสโฮเทล ได้แก่ เอส 15 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 15 รูปแบบโรงแรมคล้ายกับเอส 31 แต่ขนาดกะทัดรัดกว่า เทียบได้กับโรงแรมระดับ 4 ดาว และเอส 33 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 เป็นโรงแรมราคาคุ้มค่า (อีโคโนมี) เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการที่พักราคาไม่แพงใกล้รถไฟฟ้า

“พอใจกับชื่อเสียงของแบรนด์เอสมาก เพราะหากไปดูในเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลโรงแรมบนถนนสุขุมวิท โรงแรมในเครือเอสจะติดอันดับ 1 ใน 3 ที่นักท่องเที่ยวสนใจ อีกทั้งจากข้อมูลการเข้าพักพบว่า กลุ่มลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง โดยโรงแรมทุกแห่งที่มีอยู่ เป็นโรงแรมที่เจาะตลาดแตกต่างกัน ระดับราคาครอบคลุมตั้งแต่กว่า 1,000 บาท กว่า 2,000 บาท ไปจนถึงกว่า 3,000 บาท ทำให้ลูกค้าเลือกเข้าพักโรงแรมในเครือได้ตรงความต้องการของตัวเอง” สรัญ กล่าว

ขณะเดียวกันยังได้ลงทุนสร้างโรงแรมในเครือเพิ่มเติม ได้แก่ เอส บ็อกซ์ ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับเอส 31 ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าก่อสร้าง 150 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไตรมาส 3 ปี 2557 เจาะกลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจที่ต้องการมาพักโรงแรมในเมือง

นอกจากนี้ จะขยายโรงแรมเอส 33 เพิ่มห้องพักจาก 60 ห้อง เป็น 80 ห้อง ใช้เงินลงทุน 40 ล้านบาท รวมทั้งเตรียมก่อสร้างโรงแรมเอส รัชดาฯ คาดว่าใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท โดยจะนำตึกเก่าของโรงแรมปีบ อินน์ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาปรับปรุงใหม่ ทำห้องพัก 100 ห้อง ซึ่งน่าจะปรับปรุงเสร็จพร้อมเปิดให้บริการระยะแรกได้เดือน ม.ค.ปีหน้า เน้นเจาะตลาดทัวร์จีนเป็นหลัก

หากแผนการลงทุนโรงแรมทั้งหมดสำเร็จ จะทำให้มีโรงแรมในเครือ เอส ทั้งหมด 5 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันชัดเจน ซึ่งในอนาคตจะเน้นพิจารณาว่า รูปแบบโรงแรมใดที่ประสบความสำเร็จมาก หากวางแผนขยายโรงแรมอีกในอนาคต อาจนำรูปแบบของโรงแรมนั้นมาลงทุนอีก

“ใน 3 ปีนับจากนี้จะยังขยายโรงแรมในกรุงเทพฯ อยู่ แต่ในอนาคต 5 ปีข้างหน้าอาจเริ่มบุกตลาดต่างจังหวัดก็ได้ หากโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ดำเนินงานประสบความสำเร็จ แบรนด์เอสเป็นที่จดจำของตลาดมากพอ” สรัญ กล่าว

ขณะที่ภาพรวมรายได้ของโรงแรมในเครือปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา โดยช่วง 8 เดือนรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว 78% เทียบกับปีก่อน เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) รายได้จะเติบโตตามเป้าหมายแน่นอน ตามการท่องเที่ยวที่สดใส คาดว่าอัตราเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมในเครือทั้งปีคงอยู่ที่ 85% เท่ากับปีก่อน และมีอัตรารายได้ต่อห้องพัก (เออาร์อาร์) เพิ่มขึ้น

สรัญ กล่าวว่า ราคาห้องพักในไทยต่ำกว่าราคาห้องพักประเทศอื่นในอาเซียนมาก หากเป็นไปได้เครือเอสก็อยากปรับขึ้นราคาห้องพักให้ได้ 810% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนค่าจ้างพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถขึ้นราคาได้เท่ากับที่วางแผนไว้ เพราะเผชิญกับสถานการณ์โรงแรมไทยที่มักแข่งขันด้วยวิธีการตัดราคากันเอง ทุกคนประกาศเหมือนกันว่าต้องการปรับขึ้นค่าห้องพัก แต่เมื่อมีรายหนึ่งตัดราคา ก็ทำให้รายอื่นไม่สามารถขยับราคาได้มาก ซึ่งในเครือเอสปีนี้ปรับขึ้นราคาได้แค่ 6% เท่านั้น

แม้อนาคตท่องเที่ยวไทยจะสดใส แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การออกมาเดินขบวนประท้วงทางการเมืองบนท้องถนน ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับทราบข่าวคราวอาจไม่มั่นใจเดินทางมา ที่ผ่านมาก็เคยเห็นกรณีตัวอย่างแล้ว เมื่อมีการประกาศชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็มียอดยกเลิกการจองห้องพักตามมาทันที หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ก็จะทำให้ธุรกิจโรงแรมไทยเติบโตได้เต็มที่

นับว่าปีนี้เป็นปีทองของผู้ประกอบการโรงแรมไทยจริงๆ หากไม่มีปัจจัยการเมืองมารบกวน ปีทองก็คงจะยาวต่อไปถึงปีหน้าได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ