
ทหารไทยแนะรอดอกขาขึ้น
ชี้ช่องลงทุนเงินฝากคนวัยใกล้เกษียณรัฐกู้เงินดึงสภาพคล่องตึงตัวต่อเนื่อง
ชี้ช่องลงทุนเงินฝากคนวัยใกล้เกษียณรัฐกู้เงินดึงสภาพคล่องตึงตัวต่อเนื่อง
ทีเอ็มบีแนะคนใกล้เกษียณลงทุนเงินฝากกองทุนตราสารหนี้ ระยะไม่เกิน 1 ปี รับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี)เปิดเผยว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอาจลดเล็กน้อย เพราะอัตราเงินเฟ้อในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำเฉลี่ย 2.47% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี และมีโอกาสที่ดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดจาก 2.50% เป็น 2.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วง 2 ครั้งที่เหลือของปีนี้ จากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวจนถึงไตรมาส 3 ปีหน้า และไตรมาสสุดท้าย อัตราดอกเบี้ยน่าจะกลับมาเป็นขาขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น
ดังนั้น การลงทุนในสินทรัพย์ที่เคยให้ผลตอบแทนสูงๆ เช่น ตราสารทุน สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ทองคำ จะมีความเสี่ยงทางลบมากกว่าทางบวก ขณะที่การเลือกลงเงินฝากหรือกองทุนตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ จะมีความน่าสนใจมากขึ้นตามผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในระยะนี้ผู้ออม โดยเฉพาะผู้ออมเงินที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณอายุ ควรเลือกจังหวะในการฝากเงินหรือลงทุนตราสารหนี้ในระยะอายุครบกำหนดไม่เกิน 1 ปีไปก่อน เพื่อรอดอกเบี้ยกลับทิศเป็นขาขึ้นอีกในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ระบุว่า หากผู้ออมหันมาติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่จะเป็นไปในอนาคต และเลือกจังหวะการออมเป็นเงินฝากและตราสารทุน แม้ไม่ได้ผลตอบแทนสูงสุดตามวัฏจักรดอกเบี้ย แต่ความเสี่ยงต่อการสูญเงินต้นนั้นมีน้อยมาก โดยเฉพาะผู้ที่กำลังจะเกษียณอายุในปลายเดือนนี้ หากออมในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆ ก็สามารถสร้างผลตอบแทนให้ดีขึ้นได้
นอกจากนี้ จากการติดตามการปรับตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรอง พบว่า ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนในตลาดรองของพันธบัตรอายุ 10 ปี กับ 1 เดือน ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากที่เคยอยู่ใกล้ระดับ 0% ในปี 2554 ปรับมาอยู่ที่ประมาณ 2% ในปัจจุบัน หากไม่มีสถานการณ์ผิดปกติรุนแรงจนกระทั่งกระทบกับภาวะเศรษฐกิจการเงินอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นก็จะเริ่มในราวไตรมาสสุดท้ายของปีหน้า
ขณะที่สภาวะสภาพคล่องในระบบธนาคารที่มีความโน้มเอียงที่จะตึงตัวจากยอดสินเชื่อได้เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนถึงครึ่งปีแรกปีนี้ เนื่องจากทางศูนย์ฯ ประเมินว่า แม้การปล่อยสินเชื่ออาจจะชะลอลงได้ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่การรัฐบาลมีความต้องการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่ทยอยเริ่มลงทุน เช่น การลงทุนโครงการระบบน้ำและโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยดึงสภาพคล่องในระบบให้อยู่ในภาวะ้ตึงตัวต่อไปได้
“สถานการณ์ในขณะนี้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นการปิดประตูดอกเบี้ยขาลง เห็นได้จากการเตรียมพร้อมสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่งที่ไม่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา” ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ประเมิน







