
รายย่อยลุ้นภาครัฐดันยอด
รับจ้างตกแต่งโครงการยิ้มไตรมาส4สดใสหวัง2ล้านล.ดันธุรกิจโตทั้งระบบ
รับจ้างตกแต่งโครงการยิ้มไตรมาส4สดใสหวัง2ล้านล.ดันธุรกิจโตทั้งระบบ
ธุรกิจตกแต่งภายใน ชี้ ไตรมาส 4 ตลาดภาครัฐสดใส ลุ้น พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ดันผู้ประกอบการโครงการทั้งระบบโตตาม
นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดคคอน ผู้ดำเนินธุรกิจโรงงานเฟอร์นิเจอร์ รับจ้างตกแต่งภายใน และปรับปรุงอาคารต่างๆ เปิดเผยว่า ธุรกิจรับตกแต่งภายในยังมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 โครงการของภาครัฐ จะกำหนดแผนใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ทั้งโครงการก่อสร้างหรืองานปรับปรุงอาคารสถานที่ เป็นต้น
นอกจากนี้ หากมีการพิจารณาผ่านร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท (พ.ร.บ.ลงทุน 2 ล้านล้านบาท) คาดว่าจะผลักดันให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตย์ งานตกแต่งภายในมีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วยโดยเฉพาะงานพัฒนาระบบรถไฟไทยในอนาคต ที่จะกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มีการตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้อจัดจ้างในภาคเอกชนตามไปด้วย
ตลาดกลุ่มธุรกิจบริการดังกล่าวในไตรมาส 4 ปีนี้ ยังมีแนวโน้มเติบโตดี โดยเฉพาะในโครงการภาครัฐ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีแผนใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 แล้ว และมีการกำหนดงบฯสำหรับการก่อสร้าง หรือ งานปรับปรุงอาคารสถานที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว เป็นต้น
“ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของแต่ละปี ถือว่าเป็นช่วงที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้มากสุดอยู่ที่ 50% ซึ่งนโยบายธุรกิจบริษัทมุ่งเสนองานบริการเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งภายในให้กับกลุ่มลูกค้าหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก โดยมีสัดส่วน 70% และอีก 30% มาจากกลุ่มลูกค้าองค์กรเอกชนที่น่าเชื่อถือ เพื่อประกันความเสี่ยงทางธุรกิจให้กับบริษัท” นางนุชนารถ กล่าว
สำหรับภาพรวมธุรกิจบริการตกแต่งภายใน ปี 2556 คาดว่ายังเติบโตดี สอดคล้องกับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมองว่าธุรกิจอสังหาฯ ในขณะนี้ยังไม่อยู่ในภาวะฟองสบู่ด้วยแต่ละโครงการที่สร้างแล้วเสร็จมีผู้อยู่อาศัยจริง เนื่องจากยังมีความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่อยู่อาศัยขยายตัวตามไปด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ยังมีการแบ่งงานโครงการ (ซับคอนแทรกต์) เพื่อส่งให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโต ซึ่งนอกจากลูกค้ากลุ่มภาครัฐแล้ว บริษัทยังมีลูกค้าผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ต่างๆ ที่ว่าจ้างให้บริษัทเป็นผู้รับงานเฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งภายในให้กับโครงการฯ ด้วย
ขณะที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เนื่องจากใช้แรงงานมีฝีมือที่ได้รับค่าแรงในอัตราที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในภาคการผลิตมากขึ้น รวมทั้งการบริหารจัดการทางธุรกิจที่ดี
“ในปีนี้บริษัทวางเป้าเติบโตกำไรต่อเนื่องจากปีก่อน โดยคาดมีผลประกอบการราว 800 ล้านบาท และเตรียมนำกิจการเข้าระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอในวันที่ 25 ก.ย.นี้ หลังจากดำเนินกิจการมา 28 ปี ที่เติบโตมาจากการเป็นเอสเอ็มอี” นางนุชนารถ กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากจะสามารถขยายธุรกิจได้อย่างมั่นคงและเป็นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต







