
SME มอนิเตอร์
ดับลิน — บริษัท ไมโครซอฟท์ไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศไอร์แลนด์ ไม่มีการจ้างบุคลากรระดับผู้จัดการที่เชี่ยวชาญระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยธุรกิจส่วนใหญ่ถึง 74% มักให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือผู้บริหารด้านการจัดการดูแลเรื่องดังกล่าว ขณะที่เมื่อเกิดปัญหาด้านไอทีขึ้นมา บริษัทส่วนใหญ่ 76% มักติดต่อให้ผู้เชี่ยวชาญไอทีจากภายนอกเข้ามาแก้ปัญหาเป็นครั้งๆ ไป ขณะที่ 54% ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนที่รู้จัก และอีก 48% เลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองจากการเสิร์ชหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า 1 ใน 3 ของเอสเอ็มอีไอร์แลนด์จะใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปกับการแก้ปัญหาไอที หรือเท่ากับปีละ 6.5 วัน
ดับลิน — บริษัท ไมโครซอฟท์ไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศไอร์แลนด์ ไม่มีการจ้างบุคลากรระดับผู้จัดการที่เชี่ยวชาญระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยธุรกิจส่วนใหญ่ถึง 74% มักให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือผู้บริหารด้านการจัดการดูแลเรื่องดังกล่าว ขณะที่เมื่อเกิดปัญหาด้านไอทีขึ้นมา บริษัทส่วนใหญ่ 76% มักติดต่อให้ผู้เชี่ยวชาญไอทีจากภายนอกเข้ามาแก้ปัญหาเป็นครั้งๆ ไป ขณะที่ 54% ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนที่รู้จัก และอีก 48% เลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองจากการเสิร์ชหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า 1 ใน 3 ของเอสเอ็มอีไอร์แลนด์จะใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปกับการแก้ปัญหาไอที หรือเท่ากับปีละ 6.5 วัน
มะนิลา — บริษัท กูเกิล ฟิลิปปินส์ เปิดตัวโครงการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแผนใหม่ในฟิลิปปินส์ในชื่อว่า ดิ แอดเวิร์ดส์ พรีเมียร์ เอสเอ็มอี พาร์ตเนอร์ชิป ด้วยการให้ความช่วยเหลือเน้นใช้การตลาดแบบดิจิตอลมากขึ้น และสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุนเฉพาะทาง เพื่อให้เอสเอ็มอีเหล่านี้สามารถแข่งขันได้และประสบความสำเร็จ โดยปัจจุบันยังมีเอสเอ็มอีในฟิลิปปินส์จำนวนน้อยที่ใช้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ แม้ว่าจะมีชาวฟิลิปปินส์เข้าถึงอินเทอร์เน็ตราว 35 ล้านคน และใช้สมาร์ทโฟนท่องเว็บไซต์ถึงราว 88% ก็ตาม
นิวเดลี — วีเค เสธ เลขาธิการของสมาคมผู้ประกอบการในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมโอกลา (นอยดา) กล่าวว่า บรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในนอยดาได้หันไปมุ่งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เพื่อเพิ่มผลกำไรและลดความเสี่ยงในการขาดทุน โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเอสเอ็มอีราว 100 แห่ง ที่เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่จะลงทุนในเขตพื้นที่นอยดา 2 ซึ่งเป็นแหล่งการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคการส่งออก และเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนทั้งจากภายในและต่างประเทศ เสธ กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้เอสเอ็มอีมุ่งสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นนั้น เป็นเพราะได้กำไรเร็วกว่าการทำธุรกิจเอสเอ็มอีถึงเท่าตัว







