posttoday
"เวเจจทาเรียน บุทเชอร์" ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

"เวเจจทาเรียน บุทเชอร์" ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

11 กันยายน 2556

ด้วยกระแสรักสุขภาพที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้วิถีการรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลงไป

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ด้วยกระแสรักสุขภาพที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้วิถีการรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นไปที่ผักและผลไม้เป็นหลัก ลดเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ขณะที่บางรายถึงเข้มจัดขั้นงดเนื้อทุกประเภทตลอดชีพ โดยผลสำรวจปัจจุบันพบว่าประชากรทั่วโลกราว 600 ล้านคน กลายเป็นมังสวิรัติเรียบร้อยแล้ว และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เหตุผลดังกล่าวส่งผลให้ แจพ คอร์ตเว็ก นักธุรกิจชาวเนเธอร์แลนด์ และชาวนารุ่นที่ 8 ของครอบครัว จึงก่อตั้งบริษัท “เวเจจทาเรียน บุทเชอร์” (ผู้ชำแหละผัก) ในปี 2553 โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ดัดแปลงพืชผักผลไม้จากฟาร์มของตนเองให้เป็นอาหารรสเลิศ จนมนุษย์ไม่ต้องพึ่งพาเนื้อสัตว์เพื่อการดำรงชีวิตอีกต่อไป

ทั้งนี้ หลังทุ่มเงินลงทุนไปกับงานวิจัย ปัจจุบันนอกจากจะสามารถผลิตเนื้อเทียมซึ่งมีส่วนผสมหลักจากถั่วเหลืองที่รับประกันว่ามีรสชาติเหมือนไก่ ปลา หมู เนื้อของจริง 100% แล้ว ล่าสุด บริษัทของคอร์ตเว็กยังสามารถเพาะเนื้อเทียมจากเส้นใยผักที่ให้รสชาติเสมือนเนื้อจริงไม่ผิดเพี้ยน จนช่วยขยายฐานลูกค้าของตนเองให้กว้างมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ในการเป็นทางเลือกให้ผู้ที่ยังตัดเนื้อไม่ขาดได้เป็นอย่างดี

ยืนยันได้จากการที่ผลิตภัณฑ์ของเวเจจทาเรียน บุทเชอร์ ขยายตลาดจากภายในประเทศไปสู่ตลาดต่างประเทศได้แล้ว คือ ในเบลเยียม โปรตุเกส ฟินแลนด์ และแคนาดา ขณะที่ ตลาดภายในบ้านอย่างเนเธอร์แลนด์ก็ไม่น้อยหน้า โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปี สินค้าและผลิตภัณฑ์ของเวเจจทาเรียน บุทเชอร์ วางขายอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไปมากกว่า 500 แห่งทั่วเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ ยอดขายของเวเจจทาเรียน บุทเชอร์ ยังเพิ่มสูงขึ้นกว่า 2 เท่าทุกปี นับตั้งแต่วางขายครั้งแรก พร้อมตั้งเป้าอีกว่าจะสามารถสร้างโรงงานผลิตของตนเองในปีหน้า เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น และเพื่อให้ราคาขายของสินค้าลดลงกว่าในปัจจุบัน

“ขณะนี้สินค้าของเรายังคงมีราคาแพงกว่าเนื้อสัตว์จริงตามท้องตลาด แต่อย่างน้อยขณะนี้เราสามารถผลิตได้ในราคาเทียบเท่ากับเนื้อออร์แกนิก” คอร์ตเว็ก กล่าว

ทั้งนี้ นอกจากจะชูจุดขายด้วยการเป็นอาหารสำหรับคนรักษาสุขภาพ รวมถึงเป็นตัวเลือกเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคในเนเธอร์แลนด์เริ่มหันมาสนับสนุนเวเจจทาเรียน บุทเชอร์ มากขึ้นก็คือการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“ปริมาณความต้องการสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นแทบจะพร้อมกับจำนวนผู้ทานมังสวิรัติ การทำปศุสัตว์เพื่อผลิตอาหารป้อนสู่ตลาด นอกจากจะผลิตก๊าซมีเทนซึ่งเป็นภัยต่อชั้นบรรยากาศแล้ว ยังต้องใช้พื้นที่จำนวนมากปลูกผักเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ขณะที่ขั้นตอนการผลิตอาหารตามแนวทางของเรา ใช้ต้นทุนที่น้อยกว่ามากถึง 7 เท่า ทั้งพื้นที่ น้ำ อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย” ผู้ก่อตั้งเวเจจทาเรียน บุทเชอร์ อธิบาย

แม้ว่าในตลาดขณะนี้จะมีผู้ผลิตเนื้อเทียมออกมาบ้างแล้ว แต่ คอร์ตเว็ก ย้ำชัดว่าสิ่งที่เวเจจทาเรียน บุทเชอร์ เสนอให้กับลูกค้าแตกต่างจากเจ้าอื่นแน่นอน

เหตุผลเพราะวัตถุดิบนอกจากจะพึ่งพาถั่วเหลือง หรือสารจำพวกโปรตีนเกษตรเป็นหลักแล้ว คอร์ตเว็ก ยังสามารถนำเส้นใยจากพืชผักมาผ่านกรรมวิธีผลิตเฉพาะของเวเจจทาเรียน บุทเชอร์ จนกลายเป็นเนื้อที่ไม่ว่าใครชิมต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้ความรู้สึกเหมือนได้กินไก่ ปลา หมู หรือเนื้อจริงๆ

“ส่วนผสมสำหรับเนื้อสัตว์เทียมแต่ละประเภทจะมีสัดส่วนที่แตกต่างกันไป อย่างเนื้อไก่ เราจะใช้ถั่วเหลืองมากขึ้น แต่สำหรับเนื้อจะผลิตจากแครอต เมล็ดถั่ว และมะเขือเทศ โดยใช้เครื่องเทศ เครื่องปรุง และสมุนไพร ปรับให้รสชาติใกล้เคียงกับเนื้อ” คอร์ตเว็ก แจกแจง พร้อมยอมรับด้วยว่าความละเมียดละไมพิถีพิถันดังกล่าว ทำให้เวเจจทาเรียน บุทเชอร์ ติดตลาดได้ไม่ยาก

ยิ่งไปกว่านั้น อีกหนึ่งเคล็ดลับนอกเหนือจากการเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกระแส และความพิถีพิถันแล้ว คอร์ตเว็ก กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้กิจการเติบโตก็คือ การไม่หยุดคิด และลงมือทำ เพราะเมื่อหยุดคิด การสร้างสรรค์ย่อมไม่เกิด ขณะเดียวกันหากคิดได้แต่ไม่ทำ สิ่งใหม่ๆ ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ