
แบงก์ออฟไชน่าขยับผุดสาขาเต็มรูปแบบ
แบงก์ออฟไชน่า ยื่นขอยกระดับเป็นธนาคารลูกในไทยเปิดสาขาได้ 20 แห่ง รุกธุรกิจรายย่อยเต็มตัว
แบงก์ออฟไชน่า ยื่นขอยกระดับเป็นธนาคารลูกในไทยเปิดสาขาได้ 20 แห่ง รุกธุรกิจรายย่อยเต็มตัว
นายพาน ซินหยวน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า สาขากรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างยื่นเรื่องไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอยกระดับจากการเป็นสาขาของธนาคารต่างชาติขึ้นเป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างชาติในประเทศไทย เพื่อรองรับแผนการขยายตัวสู่ธุรกิจรายย่อยในไทย ซึ่งจะสามารถตั้งสาขาในไทยได้ 20 แห่ง และมีจุดบริการเบิกถอนเงินได้ 20 แห่ง แต่จะต้องมีทุนจดทะเบียน 2 หมื่นล้านบาท
“คาดว่าน่าจะได้รับใบอนุญาตจาก ธปท.ภายในปีหน้า จากนั้นจะทยอยเปิดสาขาในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองสำคัญ เรายังเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยและต้องการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น” นายพาน กล่าว
น.ส.พรพิมล ปฐมศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเพื่อบุคคลทั่วไป ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า สาขากรุงเทพฯ กล่าวว่า ในเดือนนี้ธนาคารได้เริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเข้าสู่ตลาด โดยเน้นจุดขายที่การใช้ดอกเบี้ยรูปแบบใหม่ คือ คิดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีแรกที่เอ็มแอลอาร์ลบ 1% จากนั้นคิดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 2% ตลอดอายุสัญญา คิดเป็นดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาแค่ 5.07% ซึ่งต่ำที่สุดในระบบ
ขณะที่ สินเชื่อรีไฟแนนซ์ จะคิดดอกเบี้ยปีแรก 3.5% ปีที่ 2 คิดดอกเบี้ย 5.5% ปีที่ 3 คิดดอกเบี้ย 6.5% หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ย 6.75% คิดเป็นดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา 6.5%
“กลยุทธ์ของเราจะไม่เน้นให้ดอกเบี้ยต่ำช่วง 3 ปีแรกเหมือนที่อื่น แต่จะกลับกันคือดอกเบี้ยจะลดลงหลังจากครบ 2 ปีแรก ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยได้ 29% นอกจากนี้ยังกำหนดยอดผ่อนชำระต่อเดือนไว้ต่ำกว่าตลาด โดยบ้านราคา 1 ล้านบาท ในตลาดจะต้องผ่อนเดือนละ 7,000 บาท แต่ของเราจะผ่อนแค่ 6,400 บาท” น.ส.พรพิมล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้จำกัดเพดานเงินกู้สูงสุดของสินเชื่อบ้านและคอนโดมิเนียมเอาไว้เพียง 80% ของราคาหลักประกัน หมายความว่าลูกค้าจะต้องมีเงินของตัวเองอย่างน้อย 20% โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของธนาคารเป็นกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 7 หมื่นบาท และกู้ซื้อบ้านราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยตั้งเป้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยไว้ 5,000 ล้านบาท







