
ไฟแนนซ์ทูเดย์
‘คนที่รู้จักจุดหมายปลายทางของตัวเอง คือ คนที่เดินทางไปได้ไกลที่สุด’
‘คนที่รู้จักจุดหมายปลายทางของตัวเอง คือ คนที่เดินทางไปได้ไกลที่สุด’
...ต้องถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของกรมศุลกากร ที่มีรักษาการอธิบดีนานที่สุดนับแต่เคยมีมา แต่ดูเหมือนว่า รองหยิมยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดี รู้งานทำหน้าที่ได้ดีไม่มีที่ติ แม้จะไร้ผู้นำมาตั้ง 23 เดือนแล้ว แต่ทำหน้าที่ไม่ติดขัด รอให้ ราฆพ ศรีศุภอรรถ อดีตผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม 2 สมัย ก่อนก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งรองอธิบดี และขึ้นพรวดเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และสไลด์มานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรเข้ารับตำแหน่งในเร็วๆ นี้
...ว่ากันว่าเมื่อ อธิบดีหนุ่ยราฆพ เข้ามาทำหน้าที่จะต้องมีการคัดสรรคนเพื่อแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมศุลกากรอีก 2 คน และมีแววว่าจะมีการสลับสับเปลี่ยน 6 ผู้อำนวยการสำนักที่เป็นหัวใจหลักของกรมศุลกากร สปอตไลต์ฉายลงไปที่ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ สำนักงานสืบสวนและปราบปราม ต้องติดตามอย่ากะพริบเชียว
...อีกเรื่องที่ใหญ่ไม่แพ้กัน คือ อธิบดีราฆพ คงต้องเข้ามาจัดการในเรื่องการนำเข้ารถหรูที่คาราคาซังอยู่ให้ราบรื่น ล่าสุด รองหยิม ตัวเต็งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง นำร่องส่งสัญญาณไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ให้เร่งตรวจสอบมาตรฐานรถหรูที่นำเข้าจากต่างประเทศและค้างอยู่ที่ตู้สินค้าท่าเรือกว่า 2,000 คันโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมา สมอ.ตรวจสอบล่าช้า เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ตรวจมาตรฐานรถยนต์ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการที่นำเข้ารถหรูไม่สามารถที่จะยื่นขอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีนำเข้าคิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เฉพาะเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าไป 600-700 ล้านบาท หาก สมอ.ทำงานช้า เป้าภาษีที่วางไว้ 1.18 แสนล้านบาท และการจัดเก็บภาษีฝากของกรมสรรพสามิตและกรมสรรพากรอีกร่วม 5.9 แสนล้านบาทอาจพลาดเป้า ส่งเสียงขู่กันดังขนาดนี้ สมอ.ช้าไม่ได้แล่ว







