
ทุนฮ่องกงลุยประกันชีวิตไทย
ส่งเอฟดับบลิวดีจับลูกค้าระดับกลางเน้นขายกรมธรรม์แตกต่างจากคู่แข่ง
ส่งเอฟดับบลิวดีจับลูกค้าระดับกลางเน้นขายกรมธรรม์แตกต่างจากคู่แข่ง
ผู้ถือหุ้นเอฟดับบลิวดีประกันชีวิต ลุยลงทุนธุรกิจในไทย จับฐานลูกค้ารายได้ปานกลาง
นายฮุย แทน ฟง ตัวแทนกลุ่มแปซิฟิก เซ็นจูรี่ (พีซีจี) จากฮ่องกง ผู้ถือหุ้นบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เปิดเผยว่า การที่กลุ่มพีซีจีเข้าซื้อบริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต ในเอเชีย รวมถึงไทย เพราะมองเห็นว่ายุคนี้เศรษฐกิจเอเชียมีความโดดเด่นที่สุด กลุ่มทุนต่างๆ จากยุโรป สหรัฐอเมริกา ล้วนมุ่งหน้ามาลงทุนในเอเชีย
นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากจำนวนประชาชนที่มีรายได้ปานกลางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความต้องการบริหารเงินเพื่ออนาคตอย่างจริงจัง ซึ่งฐานประชากรกลุ่มนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นโอกาสในการเติบโตควบคู่ไปกับประชากรกลุ่มนี้ในฐานะที่เป็นชาวเอเชียด้วยกัน
“เอเชียเป็นอนาคตของเอฟดับบลิวดี แม้ว่ารอบข้างจะเต็มไปด้วยคู่แข่งขัน แต่เราจะสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้า จากทีมงานที่มีประสบการณ์มายาวนาน และไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอนาคต ซึ่งสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง” นายฟง กล่าว
นายไมค์ แพล็กซ์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต กล่าวว่า การยุติการใช้ชื่อบริษัทไอเอ็นจีประกันชีวิต เป็นการเริ่มต้นสร้างสิ่งใหม่ และสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าในประเทศไทย และยืนยันกับลูกค้าพนักงาน บุคลากรของเอฟดับบลิวดีจะได้รับการสนับสนุนให้เติบโต เพราะมีผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจทางการเงิน เทคโนโลยี ที่โดดเด่นกว่าที่อื่น และลูกค้าเก่าจะยังได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่มีผลกระทบใดๆ หลังจากเปลี่ยนชื่อบริษัท
“เดิมเรามีความมั่นคงอยู่แล้ว มีสินค้าที่หลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้า ดูจากจำนวนลูกค้าที่ต่ออายุกับบริษัทอยู่ในระดับสูง ซึ่งต่อไปจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนำมาพัฒนาบริการสินค้าที่ทันสมัยให้กับลูกค้ามากขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา รวมถึงการคืนกำไรให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง” นายแพล็กซ์ตัน กล่าว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารทำการขายประกันชีวิตให้กับบริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต เมื่อเปลี่ยนผู้ถือหุ้นและเปลี่ยนชื่อบริษัท ทางตัวแทนผู้ถือหุ้นได้เข้าหารือถึงความร่วมมือกันต่อไปตามสัญญาเดิม โดยธนาคารต้องการให้ทางบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ต้องออกผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท และหวังว่าจะมีความร่วมมือทางธุรกิจที่ดีต่อกันต่อไป แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นไม่ว่าจะเป็นของเอฟดับบลิวดี หรือธนาคารทหารไทย เพื่อประโยชน์ของลูกค้านายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยว่า ตัวแทนกลุ่มพีซีจี ได้เข้าพบ 2 ครั้งในการรายงานความคืบหน้าของการเข้ามาทำธุรกิจประกันชีวิตในไทย ซึ่งทีมงานผู้บริหาร รวมถึง ตัวแทนผู้ถือหุ้น นายฮุย แทน ฟง ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจประกันชีวิตมายาวนาน มีความเป็นมืออาชีพ และผ่านการบริหารงานในบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของโลกแทบทั้งนั้น เช่น นายฮุย แทน ฟง ก็เคยเป็นผู้บริหารของเอไอเอระดับภูมิภาคมาก่อน
สำหรับ ฐานะทางการเงิน 6 เดือนแรก ที่รายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย(คปภ.) มีสินทรัพย์รวม 4.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.24% จากงวดเดียวกันของปีก่อน หนี้สิน 3.98 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.82% ส่วนของผู้ถือหุ้น 3,328 ล้านบาท ลดลง 18.27% เงินกองทุน 5,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.62% มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย(RBC) 290% เพิ่มขึ้น 18% กำไรสุทธิ 306 ล้านบาท ลดลง 53.77% ส่วนปี 2555 ทั้งปีมีกำไรสุทธิ 1,029 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.23% มีลูกค้าประกันภัย ประเภทสามัญ หรือ กรมธรรม์ระยะยาว 5.56 หมื่นราย มีลูกค้าประกันกลุ่ม 2.07 หมื่นราย
ขณะที่ การขยายตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย 6 เดือนแรกมีเบี้ยปีแรก 1,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เบี้ยต่ออายุ 3,975.5 ล้านบาท อัตราการต่ออายุกรมธรรม์ของลูกค้าเก่าอยู่ที่ 84% เบี้ยชำระครั้งเดียว 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 225% เบี้ยรับรวม 5,774.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%
ทั้งนี้ กลุ่มแปซิฟิก เซ็นจูรี่ (พีซีจี) กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ในฮ่องกง มีนาย ริชาร์ด ลี นั่งเก้าอี้ ประธาน ทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจการเงิน ธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และ เทคโนโลยี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยได้เข้าซื้อธุรกิจประกันชีวิตจากกลุ่มไอเอ็นจี เอ็น.วี.ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ฮ่องกง มาเก๊า และไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วยวงเงิน 6.8 หมื่นล้านบาท







