
เลือกตั้งกัมพูชา
การเลือกตั้งในกัมพูชาเพื่อชิงที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 123 ที่นั่ง ในพื้นที่ 24 จังหวัด เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองลงสมัครทั้งหมด 8 พรรค คือ พรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของ ฮุนเซน พรรคกอบกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ของ สม รังสี พรรคฟุนซินเปกของเจ้านโรดม อรุณรัศมี และพรรคอื่นๆ อีก 5 พรรค
การเลือกตั้งในกัมพูชาเพื่อชิงที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 123 ที่นั่ง ในพื้นที่ 24 จังหวัด เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองลงสมัครทั้งหมด 8 พรรค คือ พรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของ ฮุนเซน พรรคกอบกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ของ สม รังสี พรรคฟุนซินเปกของเจ้านโรดม อรุณรัศมี และพรรคอื่นๆ อีก 5 พรรค
ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามความคาดหมาย พรรคซีพีพีคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 ทำให้ ฮุนเซน ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาถึง 20 ปี โดยได้รับที่นั่งในสภา 68 ที่นั่ง พรรคกอบกู้ชาติกัมพูชา 55 ที่นั่ง
แม้ ฮุนเซน จะได้รับชัยชนะ แต่ก็ต่างจากที่ผ่านมา เพราะจำนวนที่นั่งได้น้อยลง เมื่อปี 2551 พรรคซีพีพีได้ 90 ที่นั่ง พรรคซีเอ็นอาร์พีได้ 26 ที่นั่ง แต่การเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่นั่งของ ฮุนเซน ลดลง ขณะที่ที่นั่งของ สม รังสี กลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นอกจากนี้พรรคของ สม รังสี ยังได้จำนวนเก้าอี้ในเขตเมืองที่มีความเจริญเขตละ 12 ที่นั่ง มากกว่าพรรคของ ฮุนเซน สะท้อนว่าคนที่มีความรู้ต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ทำให้มีการจับตามองกันว่า ฮุนเซน เริ่มจะไม่ได้รับความนิยมแล้ว ประชาชนส่วนมากไม่พอใจนโยบายที่สนับสนุนนักลงทุนต่างชาติโดยให้สัมปทานเช่าที่ดินในเขตกรุงพนมเปญถึง 90 ปี มีการออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคระหว่างเขตเมืองกับเขตชนบทแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การนำภาษีมาสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน แต่มีการตั้งชื่อนำหน้าเป็นชื่อของ ฮุนเซน
ก่อนหน้านี้ สม รังสี ถูก ฮุนเซน ตั้งข้อหาต่างๆ จนถูกตัดสินจำคุกรวม 11 ปี และต้องลี้ภัยไปฝรั่งเศส แต่ก่อนการเลือกตั้ง 10 วัน ฮุนเซน ได้เสนอขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะถูกกดดันจากนานาประเทศที่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม สม รังสี จึงเดินทางกลับประเทศเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2556
หลังการเลือกตั้ง สม รังสี นำเสนอประเด็นการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม และไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง มีการประกาศปลุกระดมให้ประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้ง
กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือฮิวแมนไรต์วอตช์ ประจำเอเชีย ก็ออกมาเรียกร้องกัมพูชาตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบคำกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้ง ซึ่ง ฮุนเซน ก็ยินดีให้ตรวจสอบเพื่อแสดงความโปร่งใส แต่เมื่อรัฐบาลสหรัฐและสหภาพยุโรปแสดงความกังวลต่อคำกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้ง กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชากลับออกแถลงการณ์เตือนต่างชาติว่าไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว
การที่ ฮุนเซน ยินยอมให้ สม รังสี มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ อาจเพราะคาดการณ์ว่าอย่างไรเสีย ฮุนเซน ก็จะต้องชนะการเลือกตั้ง การมี สม รังสี เป็นคู่ต่อสู้จะทำให้ชัยชนะของ ฮุนเซน มีความชอบธรรมทั้งในกัมพูชาและในระดับนานาชาติ โดยไม่คาดคิดว่าความนิยมในตัวของ สม รังสี จะเพิ่มขึ้นมาก
ไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์กันทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น แรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานในไทย ไทยลงทุนในกัมพูชา กัมพูชานำเข้าสินค้าจากไทย คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวในกัมพูชา ดังนั้นการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชาจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง และในปี 2558 ไทยและกัมพูชาจะเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศกัมพูชาจึงมีความสำคัญ และหากภายในกัมพูชามีความเคลื่อนไหวต่อการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้จะสะท้อนถึงการเมืองภายในและกระบวนการการเป็นประชาธิปไตยของกัมพูชา อันจะส่งผลต่อไทยด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







