
ร้องรัฐชูวิจัยพัฒนา
ทีดีอาร์ไอหวั่นติดกับดักรายได้ปานกลางแนะปรับมาตรการภาษีเอื้ออาร์แอนด์ดี
ทีดีอาร์ไอหวั่นติดกับดักรายได้ปานกลางแนะปรับมาตรการภาษีเอื้ออาร์แอนด์ดี
ทีดีอาร์ไอหวั่น 10 ปีไทยยังติดกับดักรายได้ปานกลาง แนะปรับปรุงมาตรการเว้นภาษีอาร์แอนด์ดี
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไทยประสบปัญหาด้านการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ใน 2 ด้าน คือ ด้านงบประมาณ และด้านประสิทธิภาพการนำไปใช้
สำหรับด้านงบประมาณ ข้อมูล ณ ปี 2552 ระบุว่า ไทยใช้งบอาร์แอนด์ดีเพียงแค่ 0.24% ของจีดีพีเท่านั้น ขณะที่เกาหลีใต้ใช้ 3.8% และประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ใช้ 23% ของจีดีพี หากไทยยังไม่ทุ่มลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีอีก 10 ปีข้างหน้า ไทยยังอาจเป็นประเทศติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)
ทั้งนี้ แม้ภาครัฐจะมีมาตรการทางภาษีเพื่อการส่งเสริมอาร์แอนด์ดีแล้ว โดยการให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษี 200% แก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนทำการวิจัย แต่ด้วยขั้นตอนที่ล่าช้า ต้องใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติ 912 เดือน ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว ปี 2555 ที่ผ่านมาจึงมีผู้ขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเพียง 440 ล้านบาทเท่านั้น
“เทียบเงินจำนวนดังกล่าวกับงบประมาณที่ใช้ในโครงการรถคันแรกหรือโครงการรับจำนำข้าว ถือว่าเป็นเงินเล็กน้อยมาก โครงการเหล่านั้นใช้งบประมาณเป็นหลักหมื่นล้านแสนล้านบาท แต่เรายังสนับสนุนด้านอาร์แอนด์ดีของไทยได้ในหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น” นายสมเกียรติ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ยังแทบไม่เคยใช้สิทธิดังกล่าวเลย เนื่องจากประเมินว่าตัวเองไม่ได้มีกำไรต่อเนื่องทุกปี หากลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีไปแล้วปีนั้นขาดทุน ก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ เอสเอ็มอีจึงเลือกที่จะไม่ลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีตั้งแต่ต้น
ภาครัฐจำเป็นต้องกลับมาพิจารณามาตรการดังกล่าวใหม่ โดยปรับปรุงขั้นตอนการพิจารณาให้รวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีนโยบายให้คงสิทธิประโยชน์ได้ต่ออย่างน้อย 5 ปี หากในปีที่ผู้ประกอบการลงทุนอาร์แอนด์ดีนั้นมีผลประกอบการขาดทุน ก็สามารถโอนสิทธิไปรอใช้ในปีที่มีกำไรได้ ถือเป็นแนวทางสนับสนุนให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอีมีกำลังในการวิจัยมากขึ้น
ทั้งนี้ ในด้านประสิทธิภาพการนำไปใช้พบว่างานวิจัยส่วนใหญ่ เมื่อวิจัยเสร็จแล้วไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์ นับจากนี้ภาครัฐเองก็ต้องนำผลงานวิจัยไปใช้ต่อยอดให้เป็นรูปธรรม







