
HEMRAJสุดมั่นขึ้นเป้าขายที่ดินปีนี้
HEMRAJ เขย่งเป้าขายปีนี้ เป็น 2,100 ไร่ ต่างชาติแห่ลงทุนคลอดพร็อพเพอร์ตี้ฟัน 4,500 ล้าน
HEMRAJ เขย่งเป้าขายปีนี้ เป็น 2,100 ไร่ ต่างชาติแห่ลงทุนคลอดพร็อพเพอร์ตี้ฟัน 4,500 ล้าน
นายเผ่าพิทยา สมุทรกลิน ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และวางแผน บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มเป้ายอดขายที่ดินในปีนี้เป็น 2,100 ไร่ จากเดิม 1,800 ไร่ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มครั้งที่ 2 จากต้นปีคาดไว้ที่ 1,600 ไร่ และเดือน พ.ค. เพิ่มเป็น 1,800 ไร่
“การขยับเป้ายอดขายที่ดินขึ้นเพราะการลงทุนในประเทศไทยยังดีต่อเนื่องโดยเฉพาะจากกลุ่มทุนยานยนต์ในนิคมที่มีอยู่ 4050% ของนักลงทุนทั้งหมด” นายเผ่าพิทยา กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยจะขยายตัว 9% ถึงแม้เศรษฐกิจโดยรวมในประเทศจะชะลอ แต่ก็ยังสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้
สำหรับ 6 เดือนแรกของปีนี้บริษัทสามารถขายที่ดินไปแล้วกว่า 1,190 ไร่ จากจำนวน 54 สัญญา โดยเป็นลูกค้าใหม่ 32 ราย และการขยายกิจการของลูกค้าเดิม 22 ราย
นายเผ่าพิทยา กล่าวว่า ในส่วนของรายได้ปีนี้น่าจะเติบโตจากปีก่อนประมาณ 40% จากปีก่อนทำได้ 7,300 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้ 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 37% มีผลมาจากยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น รวมถึงพื้นที่เช่าของโรงงานสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% และพื้นที่เช่าของคลังสินค้าเพิ่มขึ้น 4.3 หมื่นตารางเมตรจากสิ้นปี 2555
ขณะที่ยอดขายที่ดินในมือที่รอโอนและรับรู้เป็นรายได้ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 3,200 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 50% จะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) ในช่วงปลายปีนี้ โดยจะใช้พื้นที่ของโรงงานกว่า 1.5 แสนตารางเมตร ขายเข้ากองทุนดังกล่าว คาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถบันทึกเป็นกำไรในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการในด้านต่างๆ อยู่ ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้บริษัทจะนำไปใช้ขยายธุรกิจโรงงานให้เช่า ลดภาระหนี้สินที่มีอยู่และจะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของบริษัทลดลงจากเดิมที่ 1.18 เท่า และเตรียมไว้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนฉุกเฉิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนร่วมทุนธุรกิจอื่นๆ
สำหรับการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) จะลงทุนเพิ่มอีก 78 แห่งในช่วง 35 ปีข้างหน้า ในลักษณะของการเข้าร่วมทุน ขนาดกำลังการผลิตแห่งละ 125 เมกะวัตต์ หลังได้มีการลงทุนแห่งแรกที่ระยอง อินดัสตรีแลนด์ไปแล้ว โดยจะใช้เงินลงทุน 25% จากมูลค่าโครงการทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 380-400 ล้านบาทต่อโรง รวมมูลค่าลงทุนราว 2,800-3,000 ล้านบาท







