posttoday
การตลาดสินค้าโอท็อป(ตอนจบ)

การตลาดสินค้าโอท็อป(ตอนจบ)

04 กันยายน 2556

การตลาดสินค้าโอทอป (ตอนจบ)ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายควรมีวางจำหน่ายในร้านค้าส่ง มีจำหน่ายตามสถานที่ท่องเที่ยว จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ในย่านช็อปปิ้งชุมชน ในร้านค้าขายของถูก ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่เดี่ยวๆ ในร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าในปั๊มน้ำมัน รวมไปถึงการขยายช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Ecommerce) ทั้งที่เป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการจัดทำให้ ได้แก่ www.dcop.net และ www.thaitambon.com ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ และมีข้อมูลของกลุ่มผู้ผลิตอื่นๆ ร่วมด้วย และการทำเว็บไซต์ของตัวเอง

การตลาดสินค้าโอทอป (ตอนจบ)ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายควรมีวางจำหน่ายในร้านค้าส่ง มีจำหน่ายตามสถานที่ท่องเที่ยว จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ในย่านช็อปปิ้งชุมชน ในร้านค้าขายของถูก ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่เดี่ยวๆ ในร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าในปั๊มน้ำมัน รวมไปถึงการขยายช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Ecommerce) ทั้งที่เป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการจัดทำให้ ได้แก่ www.dcop.net และ www.thaitambon.com ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ และมีข้อมูลของกลุ่มผู้ผลิตอื่นๆ ร่วมด้วย และการทำเว็บไซต์ของตัวเอง

ด้านการสื่อสารการตลาดที่เหมาะกับตัวสินค้าควรมีการประชาสัมพันธ์โดยหน่วยงานรัฐ มีการประชาสัมพันธ์โดยบุคคลผู้มีชื่อเสียง การแนะนำแบบปากต่อปาก จัดโปรโมชันลดราคา/ของสมนาคุณ/ของแถม จัดโปรโมชันตามฤดูกาล/ เทศกาล มีการโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น โบรชัวร์ แผ่นพับ ใบปลิว โฆษณาทางสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์, Google Search Engine โฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดีย (Facebook, Twitter, Youtube, etc.) เป็นต้น

ผู้ประกอบการยังควรศึกษากลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มผู้ซื้อให้ถ่องแท้ ซึ่งอาจเป็นผู้บริโภคสินค้าเอง หรือไม่ได้เป็นผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการจะต้องทราบความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในด้านต่างๆ ได้แก่ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา สถานะครอบครัว ขนาดครอบครัว ย่านที่พักอาศัย ระดับการศึกษา อาชีพ สถานะทางสังคมเศรษฐกิจ สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังควรทราบถึงข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ โดยใช้ทฤษฎี 5W1H ในการตั้งคำถามดังนี้ WHY ทำไมลูกค้าถึงซื้อ WHO ใครคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย WHERE ลูกค้ามาซื้อที่ไหน WHAT ลูกค้ามาซื้ออะไร WHEN ลูกค้ามาซื้อเมื่อไร และHOW ลูกค้ามีกระบวนการตัดสินใจซื้ออย่างไร

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้ยังรวมถึงขนาดหรือปริมาณที่ลูกค้าซื้อต่อครั้ง วัตถุประสงค์ในการซื้อ ซื้อไปใช้เอง ซื้อเป็นของฝาก ซื้อไปขายต่อ เก็บสะสม หรืออื่นๆ ค่าใช้จ่ายในการซื้อต่อครั้ง ความถี่ในการซื้อทั้งปี แหล่งข้อมูลที่ลูกค้าใช้ในการค้นหาข้อมูล ใครเป็นคนตัดสินใจซื้อสินค้าแต่ละครั้งตัดสินใจเอง บุคคลในครอบครัว เพื่อน หรือเป็นเพราะอิทธิพลของคนขาย

และประการสุดท้ายผู้ประกอบการจะต้องศึกษาสภาวะการแข่งขัน การเก็บข้อมูลของคู่แข่งขันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้เปรียบเทียบกับสินค้าคู่แข่ง การเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่เปรียบเทียบเพื่อลอกเลียนแบบ แต่เป็นการเปรียบเทียบเพื่อหาจุดเด่นของสินค้าเพื่อขาย (Unique Selling Point) อันจะนำไปสู่การค้นหากลยุทธ์ที่เหนือกว่าคู่แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ