
ประกันภัยเพื่อการออมจ่าย 500 ได้ 3 คุ้ม
โครงการประกันภัยเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง ทางเลือกผู้มีรายได้น้อย ได้ทั้งออม คุ้มครอง และเงินชดเชย
โดย...วารุณี อินวันนา
"อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา" เป็นคติคำสอนที่ใครยึดมั่นแล้วเงินในกระเป๋ามีแต่งอกเงยขึ้นทุกวัน
วันนี้ มี 'โครงการประกันภัยเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง' ออกมาเป็นทางเลือกให้ชาวกรุงเทพมหานคร ที่มีเงินน้อยๆ สามารถออมไว้เพื่ออนาคต และยังได้รับความคุ้มครองชีวิต มีเงินคืน 8% ทุก 5 ปี เมื่อเจ็บป่วยเข้านอนรักษาพยาบาล ยังได้รับเงินชดเชยรายได้อีกวันละ 500 บาทสูงสุด 365 วัน
เป็นโครงการพิเศษที่ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมกันทำขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างวินัยการออม เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางสามารถเข้าถึงการประกันชีวิต และเพื่อเป็นการดูแลประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครให้มีหลักประกันความมั่นคงให้กับตนเอง
อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2 บริษัทเท่านั้นที่ขาย คือ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และ บริษัทไทยประกันชีวิต ซึ่งทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีประวัติยาวนาน มีความมั่นคง แข็งแกร่ง อันดับต้นๆของประเทศไทย
ด้วยการกำหนดเบี้ยประกันภัยเดือนละ 500 บาท ชำระเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 20 ปี ซึ่งวงเงินความคุ้มครองขึ้นอยู่กับอายุและเพศ แต่สูงสุดไม่เกิน 5.6 หมื่นบาท โดยจะได้รับผลประโยชน์ 3 อย่าง
หนึ่ง ได้ออมเงินไว้ใช้ในระยะยาว โดยจะได้รับเงินคืนทุก 5 ปี ครั้งละ 8% ณ สิ้นปีที่ 5 ปีที่ 10 และ ปีที่ 15 เมื่อครบสัญญารับผลประโยชน์ตอบแทนรวม 150% ของทุนประกันภัย โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
สอง ได้รับเงินชดเชยในกรณีได้รับบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในฐานะผู้ป่วยในของโรงพยาบาล บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลรายวันให้แก่ผู้เอาประกันภัย วันละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 365 วันต่อการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยครั้งใดครั้งหนึ่ง
สาม ได้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ถ้าเสียชีวิตภายในปีกรมธรรม์ที่ 1-5 จะได้รับความคุ้มครองเท่าทุนประกันภัย หากเสียชีวิตภายในปีกรมธรรม์ที่ 6-10 จะได้รับความคุ้มครอง 120% ของทุนประกันภัย หากเสียชีวิตภายในปีกรมธรรม์ที่ 11-20 จะได้รับความคุ้มครอง 150%
ทั้งนี้ ต้องเข้าใจด้วยว่า หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยภายใน 180 วัน นับจากวันทำสัญญาประกันภัยหรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย บริษัทประกันชีวิตจะรับผิดชอบเพียงคืนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับไว้แล้วทั้งหมดเท่านั้น
นอกจากนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จะได้รับความคุ้มครอง 1 แสนบาท หากสูญเสียมือ 2 ข้าง หรือเท้า 2 ข้าง หรือสายตา 2 ข้าง บริษัทจะจ่ายสินไหม 1 แสนบาท ถ้าสูญเสียอย่างละ 1 ข้าง แต่รวมกันแล้วสูญเสีย 2 อย่าง จะจ่ายสินไหมทดแทน 1 แสนบาท แต่ถ้าสูญเสียเพียง 1 ข้างอย่างเดียว จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 6 หมื่นบาท
'โครงการประกันภัยเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง' น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มออมเงินทีละน้อย และยังได้รับความคุ้มชีวิต เงินชดเชยกรณีเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาล







