
ค่าจ้างแพง-แรงงานขาดจุดเสี่ยงหลัดอุตสาหกรรมไทย
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานถูกตอกย้ำให้เห็นชัดขึ้นในผลสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการ 300 ราย จาก 12 อุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลังของปี 2556 ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
ผู้ประกอบการในผลสำรวจนี้มองตรงกันว่า ความเสี่ยงสูงสุดคือ ต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น รองลงมาคือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ ราคาวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น การแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และความผันผวนของค่าเงิน
ธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการส่วนเตือนภัยอุตสาหกรรม สศอ. ชี้ว่า แม้จะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเห็นว่าต้นทุนค่าแรงคือความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งกลุ่มที่รับผลกระทบมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีผู้ประกอบการมากถึง 51.08% ไม่ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับเรื่องนี้ แต่เนื่องจากเป็นข้อบังคับของรัฐบาลทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ก็เรียกร้องว่าไม่ควรทำให้ค่าจ้างสูงไปกว่านี้
ด้าน อิทธิชัย ยศศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สศอ. ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาแรงงานในภาคอุตสาหกรรมแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานต่ำมาก คือไม่ถึง 1% ทำให้การแทรกแซงด้วยการปรับขึ้นค่าแรง ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพราะหากแรงงานได้รับแรงกดดันเรื่องนี้ ก็ยังมีงานอื่นให้เลือกทำอีก
จากสถานการณ์ข้างต้น จึงเห็นได้ว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในภาวะการว่างงานต่ำเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องร่วมกันแก้ทั้งภาครัฐและเอกชน
ขณะที่อีกหนึ่งปัญหาเชิงโครงสร้างที่เห็นได้ชัด คือ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท เท่ากับแรงงานระดับพื้นฐานจะมีรายได้ขั้นต่ำเดือนละประมาณ 9,000 บาท ส่วนแรงงานฝีมือ เช่น ช่างเทคนิค ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขาดแคลนสูงและเป็นที่ต้องการ มีรายได้เดือนละ 11.2 หมื่นบาท ต่างจากแรงงานพื้นฐานเพียง 1,000-2,000 บาท
ในภาวะเช่นนี้จึงมีโจทย์ใหญ่ว่าจะสร้างแรงจูงใจแก่แรงงานฝีมือได้อย่างไร โดยเฉพาะในยุคที่มีการกำหนดเงินเดือนคนจบปริญญาตรีขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ทำให้มีแนวโน้มว่าแรงงานใหม่จะเรียนปริญญาตรีมากกว่าสายอาชีพขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องไม่ละเลยความต้องการของแรงงาน เพราะหากตอบความต้องการของแรงงานไม่ได้ อาจจะสร้างความเสี่ยงอื่นให้กับธุรกิจตามมา เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจุบันต้นตอของหลายๆ ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมมาจากเรื่องของแรงงาน
สมเจตน์ อาชวิบูลโยบล ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ มองเรื่องค่าแรง ว่า ไม่อยากให้ภาครัฐเข้าไปแทรกแซง ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไก เพราะทุกการแทรกแซงไม่นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ โดยอยากให้ดูตัวอย่างของมาเลเซียที่ภาครัฐไม่ได้แทรกแซงกลไกแรงงานรุนแรง ทำให้ปัจจุบันแรงงานมีประสิทธิภาพมากกว่าไทย
นอกจากมุมเกี่ยวกับแรงงานแล้ว เชวง จาว ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นว่า แนวทางการปรับตัวเพื่อรับกับความเสี่ยงด้านต่างๆ เป็นหลักการที่ผู้ประกอบการรู้ทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันจำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น เช่น การหาตลาดใหม่ที่ใครๆ ก็ทำกัน ส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันการแข่งขันให้ได้ดีอาจไม่ใช่แค่การมีสินค้าคุณภาพดี ราคาถูก น่าเชื่อถือ การบริหารจัดการขนส่งรวดเร็ว แต่อาจต้องมองความต้องการของลูกค้าแบบลงลึกมากขึ้น เพราะเทรนด์ความต้องการอาจเฉพาะเจาะจงขึ้น เช่น ต้องการความคงทนเพิ่มขึ้น หรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม







