
สหพัฒน์หวั่นพิษรูปีลามไทย
บิ๊กสหพัฒน์ผวาพิษเงินรูปีลามรูเปียห์จะมาถึงไทย แนะรัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนผู้บริโภค
บิ๊กสหพัฒน์ผวาพิษเงินรูปีลามรูเปียห์จะมาถึงไทย แนะรัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนผู้บริโภค
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ยังทรงๆ ตัว เนื่องจากมีปัจจัยลบเศรษฐกิจรอบด้าน โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินรูปีประเทศอินเดีย ซึ่งตอนนี้ส่งผลกระทบมาถึงรูเปียห์ของประเทศอินโดนีเซียแล้ว ภายหลังประสบปัญหายอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจชะลอตัว
ทั้งนี้ จากปัญหาที่เกิดขึ้นอยากให้ภาครัฐเร่งออกมาสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนและผู้บริโภค เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะปัญหาค่าเงินรูปีในตอนนี้เหมือนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 หากไม่เร่งสร้างความเชื่อมั่น อาจทำให้เกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ
“ที่ผ่านมาบริษัทได้ออกมาพูดไปแล้วครั้งหนึ่งว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดี เพราะอำนาจการซื้อไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจากได้พูดไป ตอนนี้ภาครัฐก็ได้รับรู้แล้ว และพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหากให้มองภาพรวมเศรษฐกิจก็มีทั้งขึ้นและลงทุกๆ 23 ปี” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในช่วงนี้จะทรงตัว แต่ในด้านของการขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้ชื่อ “ลอว์สัน 108” บริษัทยังคงร่วมมือกับบริษัท ลอว์สัน อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ยักษ์อันดับสองร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น เปิดตัวสาขาใหม่ร้านลอว์สันในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารงานของบริษัท สห ลอว์สัน โดยปัจจุบันบริษัทได้โอนร้าน 108 ช็อป จำนวน 300 สาขา จากทั้งหมด 600 สาขา ให้กับบริษัท ลอว์สัน อิงค์ เพื่อปรับเป็นร้านลอว์สัน 108
“ภายใน 5 ปีนับจากนี้คาดว่าจะเปิดร้านลอว์สัน 108 ได้ครบ 1,000 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยลงทุนที่สาขาละประมาณ 5 ล้านบาท ต่อพื้นที่ประมาณ 100 ตร.ม.ขึ้นไป ส่วนปีนี้มีแผนที่จะเปิดให้ครบ 50 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 15 สาขา” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว
ด้านนายทาเคชิ นิมามิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานผู้บริหาร บริษัท ลอว์สัน อิงค์ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้จับมือกับเครือสหพัฒน์เพื่อขยายธุรกิจร้านลอว์สัน 108 ในประเทศไทยแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เพื่อขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ของภูมิภาคอาเซียน จากปัจจุบันได้จับมือกับนักธุรกิจท้องถิ่นในประเทศอินโดนีเซียเปิดร้านลอว์สันในประเทศดังกล่าวแล้วประมาณ 83 สาขา
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ฝึกอบรมสำหรับภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันได้ใช้บางสาขาที่เปิดให้บริการไปแล้วเป็นศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน จากแผนการดำเนินงานดังกล่าวบริษัทคาดว่าภายในปี 2566 บริษัทจะมีร้านลอว์สัน ภูมิภาคอาเซียนเปิดให้บริการประมาณ 5,000 สาขา
สำหรับลอว์สันในญี่ปุ่นเป็นอันดับสองรองจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ส่วนในไทยลอว์สัน 108 เป็นอันดับสามในร้านสะดวกซื้อรองจากเซเว่นฯ ถัดไปเป็นแฟมิลี่มาร์ท







