
ผู้ส่งออกทางเรือร้องรัฐบาลช่วยดูตลาด
สรท.เรียกร้องรัฐบาลเร่งกรุยทางตลาดชายแดน CLMMV กระตุ้นการส่งออกครึ่งปีหลัง คงเป้าขยายตัว 3% แต่มีโอกาสทบทวนใหม่
สรท.เรียกร้องรัฐบาลเร่งกรุยทางตลาดชายแดน CLMMV กระตุ้นการส่งออกครึ่งปีหลัง คงเป้าขยายตัว 3% แต่มีโอกาสทบทวนใหม่
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยเฉพาะการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศ CLMMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย และ เวียดนามให้มากขึ้น โดยสรท.ยังคงเป้าการส่งออกทั้งปีที่ 3% และจะทบทวนพร้อมประเมินตัวเลขการส่งออกที่คาดว่าจะชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่3 ของปีนี้
"สิ่งที่เป็นห่วงคือความชัดเจนของนโยบายภาครัฐในการพัฒนาสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ การเตรียมตัวแข่งขันเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งขณะนี้เชื่อว่าจีน จะหันมาขายสินค้าให้กับกลุ่มอาเซียนมากขึ้นและจะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญ ดังนั้นหากไทยไม่สามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าและลดต้นทุนก็จะเสียเปรียบจีน" นายนพพร กล่าว
บาทอ่อนไม่ช่วยดันยอดส่งออกได้มากนัก
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสรท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงไม่ได้ช่วยการส่งออกจึงคาดว่ายอดส่งออกในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ยังทรงตัว และมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 จากตลาดหลักทั้งสหรัฐ ยุโรป จีน และญี่ปุ่น ที่ได้มีการปรับมาตรการทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ไทยส่งออกสินค้าไปยังตลาดหลักได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากมูลค่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดนปีที่แล้วมีมูลค่ากว่า 6.07 แสนล้านบาท คิดเป็น 8.56% ของยอดการส่งออกรวมของประเทศ และคาดว่าปีนี้มูลค่าการส่งออกชายแดนจะมีมูลค่าประมาณ 1.1 ล้านบาท หรือ 12.83% หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออกรวมของประเทศไปยังกลุ่ม ซีแอลเอ็มเอ็มวี โตถึง 6.6% ดังนั้น รัฐควรเข้ามาช่วยเหลือในการเจาะตลาดศูนย์กลางการค้าในแต่ละประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มเอ็มวีที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและมีกำลังซื้อสูง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งผลักดันการส่งออกและขยายตลาดในกลุ่มดังกล่าวผ่านโครงการต่างๆด้วย
"คาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า หากเราสามารถเจาะศูนย์กลางตลาดซีแอลเอ็มเอ็มวีได้ โดยไม่ผ่านผู้นำเข้าท้องถิ่นจะทำให้เราส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้มากถึง 2 ล้านล้านบาท" นายวัลลภ กล่าว
นายรติดนัย หุ่นสวัสดิ์ ที่ปรึกษาโครงการดัชนีการส่งออก สรท. กล่าวว่า เดือนก.ค.สินค้ายานยนต์เติบโตขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีสต็อกเหลือจากการผลิตรถยนต์คันแรกตามนโยบายของรัฐ ขณะเดียวกันตลาดโลกยังมีความต้องการสินค้าสูง ดังนั้นคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังตลาดสินค้ายานยนต์น่าจะมีแนวโน้มการส่งออกที่ดี
พาณิชย์เรียกทูตพาณิชย์หารือก่อนปรับตัวเลข
ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ส่วนการดูแลภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกนั้น ยืนยันว่าปีนี้ตัวเลขการส่งออกไทยจะไม่ติดลบอย่างแน่นอน ซึ่งอัตราขยายตัวกำลังอยู่ระหว่างการทบทวน แต่จะได้ความชัดเจนในช่วงเดือนก.ย.นี้ ที่จะมีการประชุมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ทำให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจน โดยในระหว่างนี้จะหารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางกระตุ้นและแก้ไขการส่งออกที่ภาคเอกชนประสบอยู่ หรือเน้นการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า
“การส่งออกเกี่ยวกับกับทิศทางเศรษฐกิจโลก ที่ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ยังมีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และปีนี้ก็มาเจอเศรษฐกิจจีนชะลัอตัวอีก ประกอบกับฐานการส่งออกปี 2554 สูง หลังจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากน้ำท่วม ทำให้การส่งออกไทยปีนี้ขยายตัวไม่สูงมาก” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้มีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเจรจา เช่น การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กลับไปเตรียมข้อมูลศึกษาผลกระทบให้ชัดเจน หากไทยต้องเปิดเสรี เพื่อให้การเจรจาเอฟทีเอกับประเทศคู่เจรจาราบรื่นและรวดเร็ว เพราะไทยจำเป็นต้องขยายการเจรจาเอฟทีเอให้มากขึ้น ตามแนวโน้มที่ทั่วโลกกำลังใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หากไทยไม่เตรียมความพร้อมอาจตกขบวนทางการค้าได้







