
ทันสถานการณ์รอบสัปดาห์
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมใช้งบประมาณ 14 ล้านบาท สนับสนุน
ทุ่ม 14 ล้านบาททัวร์ศาลท่องเที่ยว
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมใช้งบประมาณ 14 ล้านบาท สนับสนุนให้คณะผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจท่องเที่ยว และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางศึกษาดูงานพร้อมเข้าฝึกอบรมที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อร่วมกันตั้งศาลท่องเที่ยว ดูแลคดีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และรับพิจารณาตัดสินคดีให้แล้วเสร็จในคราเดียวกับที่นักท่องเที่ยวต่างชาติพำนักในประเทศไทย ช่วยร่นระยะเวลาพิจารณาคดี ให้ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ร่วมกับศาล เตรียมเปิดศาลท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย โดยนำร่องเปิดศาลต้นแบบแห่งแรกที่พัทยา จ.ชลบุรี ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ และจะทยอยเปิดให้ครบทั้ง 5 แห่ง
เคาะ รง.4 โรงไฟฟ้า 7 แห่ง
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ได้อนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เสนอมาทั้งหมด 10 ราย จากที่เสนอมาทั้งหมด 12 ราย รวมมูลค่าลงทุน 2.34 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 7 แห่ง รวมกำลังการผลิต 935 เมกะวัตต์ เช่น บริษัท โซล่าร์เทค เอ็นเนอร์ยี่ บริษัท บางจากโซลาร์เอ็นเนอร์ยี โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท นอร์ธเวสต์ โซล่าร์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน (เขื่อนแม่กลอง) เป็นต้น
สำหรับการดำเนินการแจ้งให้สถานีจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ (สถานีแม่เอ็นจีวี) 19 ราย ที่ต้องขอ รง.4 ตามความเห็นของกรรมการกฤษฎีกาว่า ทั้ง 19 ราย จำนวนนี้มีของบริษัท ปตท. 15 ราย ได้ยื่นเอกสารอนุญาตขอ รง.4 และดำเนินการเปรียบเทียบปรับกับกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งหมดแล้ว หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาให้ใบอนุญาต ยืนยันว่าสถานีเอ็นจีวีทั้งหมดจะยังให้บริการแต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กองทุนน้ำมันฯ ส่อวิกฤตติดลบรายวัน
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมจัดเก็บเข้ากองทุนฯ 70 สตางค์ต่อลิตร เป็น 20 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทปรับลดอัตราการส่งเข้ากองทุนฯ 30 สตางค์ต่อลิตร
การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับลดลง จากเดิมมีรายรับประมาณ 6.48 ล้านบาทต่อวัน กลายเป็นติดลบรายวันวันละ 27.55 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ยังมีฐานะเป็นบวก โดย ณ วันที่ 25 ส.ค. เป็นบวก 7,032 ล้านบาท







