
ยกร่างเอ็มโอเอเปิดทางอิตาเลียนไทยลุยทวาย
คลังยกร่างเอ็มโอเอ เปิดทางอิตาเลียนไทยลงทุนถนนท่าเรือ ช่วงสุญญากาศ
คลังยกร่างเอ็มโอเอ เปิดทางอิตาเลียนไทยลงทุนถนนท่าเรือ ช่วงสุญญากาศ
นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช ) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ยกร่างบันทึกความตกลง (เอ็มโอเอ) กำหนดเงื่อนไขกรณีให้เอกชนหรือรัฐบาลพม่าลงทุนในเขตเศรษฐกิจทวาย ในช่วงที่บริษัทนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) คือ บริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวลล๊อปเมนต์ อยู่ในขั้นตอนการจัดตั้งตามกฎหมาย เพื่อให้การลงทุนในโครงการมีความต่อเนื่อง
“ช่วงที่เอสพีวีอยู่ระหว่างการจัดตั้ง จะเป็นช่วงสุญญากาศ เราไม่อยากให้การลงทุนสะดุด จึงเปิดทางให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือรัฐบาลพม่า ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการทวาย เช่น การสร้างถนน 2 เลนเชื่อมจากนิคมทวายมายังชายแดนไทย และลงทุนท่าเรือขนาดเล็กเพื่อการขนส่งวัสดุก่อสร้างบริเวณท่าเรือน้ำลึก” นายชาญวิทย์ กล่าว
นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ฝ่ายไทยจะเจรจาให้รัฐบาลพม่าเป็นผู้ลงทุนถนน เพราะกู้เงินลงทุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์กล่าวว่า บริษัท และผู้แทนจากบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้หารือกับ สศช. และกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.เกี่ยวกับแผนการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนโครงการทวายในสาขาต่างๆ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมไทยเมียนมาร์เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (เจซีซี) กล่าวว่า วันที่ 27 ก.ย.จะมีการหารือ 3 ฝ่าย คือ ไทย พม่า และญี่ปุ่น ที่พม่า เพื่อทบทวนแผนลงทุนในโครงการทวาย และแม้ว่าญี่ปุ่นจะยังไม่เข้ามาร่วมลงทุนในบริษัท เอสพีวี ครั้งนี้ แต่ตนมั่นใจว่าญี่ปุ่นจะเข้าร่วมโครงการนี้แน่นอน
วันที่ 29 ส.ค.นายนิวัฒน์ธำรง หารือกับ นายชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับมอบอำนาจเต็มจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการเจรจาโครงการทวาย







