
ยูโอบีเตือนหนี้สูงก่อวิกฤต
ค่าเงินบาทผันผวนยังไม่สร้างปัญหาเท่า มั่นใจเศรษฐกิจไทยและเอเชียแข็งแกร่ง
ค่าเงินบาทผันผวนยังไม่สร้างปัญหาเท่า มั่นใจเศรษฐกิจไทยและเอเชียแข็งแกร่ง
ยูโอบีเตือนค่าเงินผันผวนไม่นำไทยสู่วิกฤตเท่าก่อหนี้เกินตัว
นายจิมมี่ โค หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนและวิจัย ธนาคารยูโอบี สิงคโปร์ เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียในช่วงนี้ไม่ได้เป็นภาพที่สะท้อนมาจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจในภูมิภาค แต่มีสาเหตุหลักมาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นจนอาจนำไปสู่การยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
นายจิมมี่ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มประเทศในเอเชียไม่ได้กำลังเข้าสู่วิกฤตเหมือนในช่วงปี 2540 แต่กำลังเข้าสู่ยุคที่โลกเริ่มมีการอัดฉีดสภาพคล่องน้อยลง เพราะสถานการณ์ในโลกดีขึ้น แต่ระหว่างทางอาจมีแรงกดดันให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนลง ซึ่งเห็นแล้วในรูปีของอินเดีย รูเปียห์ของอินโดนีเซีย และล่าสุดเป็นเงินบาทของไทยที่อ่อนค่าลงจากเดือน เม.ย.ไปแล้ว 10%
“ปัจจัยเดียวที่จะทำให้ประเทศในเอเชียหรือไทยเข้าสู่วิกฤต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องระวังที่สุดคือการก่อหนี้เกินตัว เพราะทุกๆ วิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากการก่อหนี้เกินตัว ทั้งนี้ ดูจากวิกฤตปี 2540 ที่ภาคครัวเรือนในไทยก่อหนี้เกินตัว และวิกฤตปี 2551 ภาคสถาบันการเงินของสหรัฐก่อหนี้เกินตัว” นายจิมมี่ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเอเชียจะไม่เข้าวิกฤตเช่นเดียวกับปี 2540 เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของเอเชียในเวลานี้มีความแข็งแกร่ง แตกต่างจากในช่วงเวลาดังกล่าวค่อนข้างมาก บริษัทและสถาบันการเงินในภูมิภาคมีงบดุลที่แข็งแรงและมีระดับหนี้สินต่อทุนต่ำ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่กำกับดูแลเศรษฐกิจยังมีการทำงานแบบเชิงรุกเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ปัจจุบันไทยยังมีระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศและอัตราการออมต่อจีดีพีในระดับที่สูงเพียงพอสำหรับดูแลเสถียรภาพค่าเงิน ขณะที่อัตราการก่อหนี้ภาคครัวเรือนที่ระดับ 80% ของจีดีพี ก็ยังถือเป็นระดับที่บริหารดูแลได้ ทำให้คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 3.8% ขณะที่ปีหน้าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 4%
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทในช่วงนี้ถึงจะเคลื่อนไหวอ่อนค่าลง แต่เท่าที่ติดตามดู ธปท.ขอยืนยันว่ายังไม่พบการเข้ามาในลักษณะของการโจมตีค่าเงินบาทของนักลงทุนต่างชาติแน่นอน คาดว่าการอ่อนค่าลงของเงินบาท และการไหลออกของเงินทุนต่างชาติในช่วงนี้ น่าจะเป็นการไหลกลับของเงินทุน เนื่องจากตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน (คิวอี) ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น
“ตอนนี้ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการใดๆ ออกมาในการป้องกันหรือสกัดการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ เพราะค่าเงินบาทและการไหลออกยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับภูมิภาค ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่แม้ว่าจะออกมาติดลบเล็กน้อยในครึ่งปีแรก แต่ปีนี้ทั้งปีมองว่ายังเป็นบวกอยู่หรือไม่ก็ขาดดุลเล็กน้อยเท่านั้น อีกอย่างในขาเข้า ธปท.ให้อิสระนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศได้อย่างเสรี ในขาออกก็ไม่ควรที่จะไปกีดกัน เพราะอาจไปสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นได้” นางผ่องเพ็ญ กล่าว
รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในขณะนี้เงินลงทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนโดยตรงในประเทศไทย(เอฟดีไอ) ในลักษณะการลงทุนเพื่อทำธุรกิจ ลงทุนซื้อกิจการ ขยายโรงงาน ฯลฯ ส่วนนี้ยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง และยังมีเอฟดีไอเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินที่ไหลออกจากประเทศไทยมักเป็นเงินที่ลงทุนในตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นเป็นส่วนใหญ่ แสดงว่านักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นในพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยในระดับที่ดี อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่ายังมีโอกาสที่เงินทุนจะไหลออกจากตลาดพันธบัตรไทยได้อีก
ทั้งนี้ จากรายงานสรุปข้อมูลการเคลื่อนไหวของตลาดตราสารหนี้ภาครัฐ ในตลาดแรกของธปท. ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า พันธบัตรัฐบาลและพันธบัตร ธปท. ในระยะสั้นได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 15 วัน, 1 เดือน และ 3 เดือน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทนี้ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 6 เดือนยังทรงตัว ส่วนพันธบัตรระยะยาวในบางอายุ เช่น 9.9 ปี และ 14 ปี เริ่มขายได้ไม่เต็มวงเงิน คาดว่านักลงทุนคงใช้ตลาดพันธบัตรระยะสั้นพักเงิน เพื่อรอดูสถานการณ์ความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนโลก และรอดูแนวทางความชัดเจนการปรับลดคิวอีของเฟด
โพสต์ทูเดย์ .บาทเปิดตลาดที่ 32.17-32.18 ต่อเหรียญสหรัฐ แข็งคค่าขึ้นเล็กน้อยตามแรงกดดันจากสถารณการณ์ในซีเรีย
นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้(29 ส.ค.)อยู่ที่ระดับ 32.17-32.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ 32.24-32.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยด้านความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงในซีเรีย ที่กดดันให้เงินดอลล่าร์อ่อนค่าลง
โดยนักบริหารเงินคาดว่า ทิศทางการเคลื่อนไหวเงินบาทระหว่างวันยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นได้อีก ในระหว่างกรอบ 32.1532.25 บาทต่อเหรียฐสหรัฐ
ด้านสมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำแท่งและทองรูปพรรณวันนี้ (29ส.ค.) ครั้งแรกของวัน ทองคำแท่งรับซื้อคืนที่บาทละ 21,450บาท และขายที่บาทละ 21,550บาททองรูปพรรณรับซื้อคืนที่บาทละ 21,133บาท และขายที่บาทละ 21,950 บาท







