posttoday
TUFขายต่ำเป้างัดกลยุทธ์ดันมาร์จิน

TUFขายต่ำเป้างัดกลยุทธ์ดันมาร์จิน

28 สิงหาคม 2556

TUF ชูกลยุทธ์ลดต้นทุน ขึ้นราคาสินค้าดันมาร์จินครึ่งปีหลังฟื้น ยอมรับทั้งปีน้อยกว่า 16% ขายได้ต่ำเป้า

TUF ชูกลยุทธ์ลดต้นทุน ขึ้นราคาสินค้าดันมาร์จินครึ่งปีหลังฟื้น ยอมรับทั้งปีน้อยกว่า 16% ขายได้ต่ำเป้า

นาย วาย ยัท ปาโก้ ลี รองผู้จัดการทั่วไป นักลงทุนสัมพันธ์และการลงทุนกลุ่มบริษัท บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) เฉลี่ยทั้งปีนี้จะต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 16% หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกทำได้ที่ 11.7%

ช่วงที่เหลือปีนี้บริษัทมีกลยุทธ์เพื่อให้มาร์จินดีขึ้น เช่น การควบคุมต้นทุนการผลิต และยังมีการปรับราคาขายสินค้าขึ้นตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม สอดคล้องต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคากุ้งที่ขึ้นเป็นประมาณ 220 บาทต่อกิโลกรัม จากปกติอยู่ที่ 150 บาท ขณะที่ราคาปลาทูน่าค่อนข้างผันผวน โดยเฉลี่ยในช่วง 7 เดือน อยู่ที่ 1,800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังมีการบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

“ในครึ่งปีหลังความสามารถในการทำกำไรจะดีขึ้นจากไตรมาส 2 นอกจากการปรับตัวภายในบริษัทแล้ว ภาพรวมของธุรกิจกุ้งและทูน่ามีสัดส่วนประมาณ 3 ใน 4 ของยอดขายรวม เริ่มดีขึ้นหลังจากราคาวัตถุดิบทูน่าเริ่มนิ่งขึ้นในไตรมาส 3 ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มรีเทล และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่มีความมั่นใจในการสั่งผลิตสินค้าทูน่าเพิ่มขึ้น จากที่เคยชะลอคำสั่งซื้อไปในช่วงไตรมาส 2 จึงส่งผลดีต่อธุรกิจรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) และธุรกิจแบรนด์ปลาทูน่า ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายอาหารกุ้งก็มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี บริษัทได้ปรับลดยอดขายทั้งปีนี้ลงเหลือ 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมตั้งไว้ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายปลาทูน่าลดลง จากวัตถุดิบปลาทูน่ามีความผันผวนในทางสูงขึ้น

นอกจากนั้น บริษัทยังได้ปรับลดงบลงทุนรวมในปีนี้ลงเหลือ 4,500 ล้านบาท จากเดิมที่วางไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การขาดแคลนวัตถุดิบกุ้งในประเทศ โดยชะลอการลงทุนสร้างโรงงานกุ้งแปรรูปจากแผนเดิมที่จะลงทุนในปีนี้ และเสร็จสิ้นในช่วงกลางปีหน้า เนื่องจากบริษัทยังสามารถใช้บริษัท แพ็คฟู้ด ซึ่งบริษัทถือหุ้นสัดส่วน 70% หากสถานการณ์ชัดเจนขึ้นก็จะลงทุนใหม่ในต้นปีหน้า

ทั้งนี้ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 200 ล้านบาท แต่เป็นผลกระทบระยะสั้น และได้ทำประกันความเสี่ยงล่วงหน้าในกรณีเงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้บริษัทยังใช้กลยุทธ์ขายเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้าที่ระดับ 50% ของรายได้จากบริษัทในไทยที่มีส่งออกประมาณ 80% และที่เหลือ 20% มาจากการขายในประเทศ ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะ เมื่อเทียบกับต้นทุนเป็นเงินบาทประมาณ 50% และเป็นเงินเหรียญสหรัฐประมาณ 50%

“มาร์จินครึ่งปีหลังคงดีขึ้น และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนี้ดีในระยะยาว ทำให้เราไม่เคยขาดทุนเลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อวัดเป็นปี อย่าดูแค่ไตรมาสเดียว และยังเป็นปัจจัยบวกต่อมาร์จินระยะยาวด้วย” นาย วาย ยัท ปาโก้ ลี กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ