
ธนชาต"โกลบอลอิควิตี"รุ่ง
ธนชาตเผยกองทุนหุ้นทั่วโลกเฮ หุ้นประเทศพัฒนาฟื้น มองคิวอีฉุดตลาดกำลังพัฒนา ลุยลดพอร์ตลงทุน
ธนชาตเผยกองทุนหุ้นทั่วโลกเฮ หุ้นประเทศพัฒนาฟื้น มองคิวอีฉุดตลาดกำลังพัฒนา ลุยลดพอร์ตลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2556 กองทุนเปิดธนชาต Global Equity Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนในกองทุนหุ้นในภูมิภาคและประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิในอัตรา 14.34% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 20.99%
ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเป็นผลจากกองทุนให้น้ำหนักลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลก และกองทุนที่ลงทุนในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ รองลงมา คือ กองทุนในทวีปยุโรป ขณะที่การลงทุนในกองทุนในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น และกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นตัวถ่วงผลดำเนินงาน
นอกจากนี้ กองทุนได้เพิ่มสัดส่วนลงทุนในกองทุนกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจากระดับ 73.45% ณ สิ้นปี 2555 มาเป็น 90.02% และลดสัดส่วนลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่นและประเทศกำลังพัฒนา จากระดับ 25.56% มาเป็น 6.48% ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2556
บลจ.ธนชาต ระบุว่า ภาพรวมผลดำเนินงานของกองทุนในภูมิภาคต่างๆ ช่วง 7 เดือนแรกปี 2556 กองทุนที่ลงทุนในทวีปอเมริกาเหนือและกองทุนที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลก สร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุด ในช่วง 15.87%-25.40% รองลงมาคือกองทุนที่ลงทุนในยุโรป 11.71% ขณะที่การลงทุนในเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาดหวังตั้งแต่ 0.31% ถึงติดลบ 9.01% ซึ่งต่างจากปี 2555
สำหรับปัจจัยที่จะมีผลกระทบในระยะข้างหน้า คือ ความกังวลการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) 3 ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าจะมีการลดคิวอีในเดือน ก.ย.นี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นซึมลงในเดือน ส.ค. ส่งผลกระทบมากต่อประเทศกำลังพัฒนาที่มีเงินลงทุนไหลออกต่อเนื่อง และน่าจะชัดเจนมากขึ้นหลังการประชุมเฟดวันที่ 17-18 ก.ย.นี้
แนวโน้มการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาต้องติดตามการแก้ปัญหาธนาคารเงาของจีนว่าจะฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังแค่ไหน เพราะจะลามไปยังเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาอื่นด้วย
บลจ.ธนชาต เชื่อว่าสภาพคล่องในระบบที่ยังสูงและทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น จะกระตุ้นให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ย การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจึงน่าจะให้ผลตอบแทนดีกว่าในระยะกลาง-ยาว แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นต่างประเทศเมื่อราคาอ่อนตัวลง







