
ศก.ไทยถดถอยจริงหรือ?
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพัฒน์ หรือ สศช. ได้มีการปรับเป้าประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2556 จากเดิมร้อยละ 4.2–5.2 เหลือร้อยละ 3.8–4.3 อันเป็นผลจากตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ของไทยในครึ่งปีแรกต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก กล่าวคือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ขยายตัวร้อยละ 5.4 แต่หากหักตัวแปรที่ผิดปกติในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ฟื้นตัวจากหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 หรือที่เรียกว่า “การหักฤดูกาล” ติดลบร้อยละ 1.7 และไตรมาส 2 ขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.81 หากหักฤดูกาลออก ติดลบร้อยละ 0.3
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพัฒน์ หรือ สศช. ได้มีการปรับเป้าประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2556 จากเดิมร้อยละ 4.2–5.2 เหลือร้อยละ 3.8–4.3 อันเป็นผลจากตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ของไทยในครึ่งปีแรกต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก กล่าวคือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ขยายตัวร้อยละ 5.4 แต่หากหักตัวแปรที่ผิดปกติในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ฟื้นตัวจากหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 หรือที่เรียกว่า “การหักฤดูกาล” ติดลบร้อยละ 1.7 และไตรมาส 2 ขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.81 หากหักฤดูกาลออก ติดลบร้อยละ 0.3
ทั้งนี้ ตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ การที่จีดีพีขยายตัวติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส ถือว่าเข้าข่ายเศรษฐกิจถดถอย (Recession) แต่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังออกมาให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าขั้นในลักษณะเศรษฐกิจถดถอย เพราะตัวเลขที่ติดลบเป็นการปรับเรื่องฤดูกาลเป็นผลจากการเปรียบเทียบเศรษฐกิจในปีที่แล้ว ซึ่งได้รับผลจากปัญหาการฟื้นตัวหลังวิกฤตน้ำท่วม โดยทั้ง ธปท.และกระทรวงการคลังเชื่อว่าในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้และไม่ติดลบ จึงเกิดเป็นคำถามว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกถึงขั้นเข้าข่ายเศรษฐกิจถดถอยแล้วหรือยัง?
ก่อนอื่นต้องมาพิจารณาตัวเลขจีดีพีในปีนี้ ซึ่ง สศช.ได้มีการปรับประมาณการใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นการปรับครั้งที่ 2 เพราะในช่วงต้นปีมีการพยากรณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตร้อยละ 4.55.5 ต่อมาปรับลดไปอยู่ที่ร้อยละ 4.2–5.2 และปรับครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ร้อยละ 3.8–4.3 หรือเฉลี่ยประมาณร้อยละ 4.05 หากเปรียบเทียบกับปี 2555 ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังโตได้ร้อยละ 6.5 ก็ถือว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ลดลง ซึ่งไม่ทราบว่าตัวเลขใหม่ของ สศช.ได้หักตัวแปร (ปรับฤดูกาล) ออกไปแล้วหรือยัง เพราะในช่วงครึ่งหลังปีที่แล้วในไตรมาสสุดท้าย (ปี 2555) เศรษฐกิจขยายตัวถึงร้อยละ 19.10 อันเป็นผลจากเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2554 ซึ่งเกิดวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่
ในมุมมองของผมเห็นว่า เศรษฐกิจในอีก 4 เดือนที่เหลือ แทบจะไม่มีปัจจัยทางบวก ยกเว้นภาคการท่องเที่ยวซึ่งมีตัวเลขทะลุเป้า แต่กลไกขับเคลื่อนที่เหลือไม่มีแรงที่จะฉุดเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะด้านส่งออกคงเป็นที่พึ่งไม่ได้ ซึ่งปีนี้หากโตได้ถึงร้อยละ 3 ก็ถือว่าเก่งแล้ว ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชน ครึ่งปีแรกโตได้ร้อยละ 2.4–2.5 จากที่เคยขยายตัวได้ในปี 2555 ที่ร้อยละ 14.4 ถึงขั้นที่ สศช.ลดเป้าหมายเหลือเพียงร้อยละ 4.0 จะมีเพียงการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งอาจจะโตได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 55 ของจีดีพี โดยตัวเลขที่ผ่านมามีการชะลอตัวลงอย่างมาก โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 ขยายตัวลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2.4 ซึ่ง สศช.คาดว่าปีนี้ทั้งปี การบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.5 เทียบกับปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 6.7
กลับมาที่คำถามว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกจะถดถอยหรือไม่ถดถอย ผมว่าคงไม่ใช่ประเด็น ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ที่เกี่ยวข้อง หากเป็นประชาชนก็ดูง่ายว่าเงินในกระเป๋าของตนเองหรือจำนวนสารพัดหนี้ที่เรียกว่า “หนี้สินครัวเรือน” น้อยลงหรือเพิ่มขึ้น ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการรับมือกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายใน การจ้างงาน ด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม มีเม็ดเงินอัดฉีดเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจและประชาชนฐานราก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภค ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องเตรียมและออกมาตรการรับมือกับเศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวไปถึงต้นปีหน้า รวมทั้งมาตรการการรับมือเงินทุนไหลออก ซึ่งส่งผลต่อตลาดทุนและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการรับมือกับเศรษฐกิจโลกซึ่งอาจจะยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องรับมือภายใต้ความร้อนแรงของการเมืองทั้งในและนอกสภา... ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายให้ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดก็แล้วกัน







